Home Blog

เวทนาชีวิต ด.ญ. 9 ขวบ ไม่ได้เรียน อาศัยกระต๊อบกลางทุ่งนากับพ่อ

24 กันยายน 64 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังกระต๊อบแห่งหนึ่ง กลางทุ่งนา ท้ายหมู่บ้านแม่ปะ หมู่ที่ 1 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก เขตรอยต่อเทศบาลนครแม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของ นายเกษม หรือ นายศักดิ์ วัย 43 ปี ชาวอ.แม่สอด จ.ตาก ที่อาศัยอยู่กับลูกสาว ด.ญ.ต่าย อายุ 9 ขวบ ทั้งสองพ่อลูก ได้อาศัยที่ดินในท้องนาของชาวบ้านที่ใจดีคนหนึ่ง เพื่ออยู่อาศัยในสภาพที่ทรุดโทรม โดยเก็บเศษวัสดุของเก่า สังกะสีเก่าๆผุๆ มาทำกระต๊อบและมุงหลังคา เวลาฝนตก หลังคารั่วตลอดต้องนอนเปียกฝนทั้งพ่อและลูก

ซึ่งนายเกษม ไม่มีอาชีพ เป็นหลักแหล่ง เเต่อาศัยหากินตามท้องทุ่งนา เช่น เก็บหาปลา กบ เขียด อึ่งอ่าง นก หนูนา จิ้งหรีด อาหารตามธรรมชาติมากินประทังชีวิตไปวันๆ โดยที่ลูกสาววัย 9 ขวบไม่ได้เรียนหนังสือ

เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงว่าที่ ร.ต.ประเสริฐ ปวงละคร นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จึงได้มอบหมายให้นายสุวิทย์ ดวงสุริยะ หรือสท.สาคร เขต 1, นายอเนก ตันคำแดง หรือ สท.นุ้ยส์, นายจันทร์ ปัดสา หรือ สท.จัน สท.นครแม่สอด เดินทางไปยังกระต๊อบ ท้ายทุ่งนาหลังดังกล่าวเพื่อดูสภาพข้อเท็จจริง ก่อนนำไปสู่การช่วยเหลือ

จากการสอบถามนายเกษม บ้านเดิมอยู่แถวๆหลังตลาดแม่สอด เมื่อบิดาเสียชีวิตก็ออกจากบ้าน และไปได้ภรรยา มีลูกสาว 1 คน คือ ด.ญ.ต่าย ในเวลาต่อมาภรรยาได้หนีไปทิ้งลูกสาวไว้กับตัวเอง และได้เลี้ยงลูกคนเดียว

นายเกษมไม่มีที่อยู่ ไม่มีความรู้ จึงไปปลูกกระต๊อบท้ายทุ่งนา จึงไม่ได้ส่งลูกเรียนหนังสือ จนกระทั่งอายุ 9 ปีก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนซึ่งในเบื้องต้น ได้ไปสำรวจตรวจสอบข้อมูลหลักฐานทะเบียนราษฎร์พบว่าเป็นคนไทย แต่ไม่ได้ต่อบัตรประชาชนใหม่ จึงให้ไปทำบัตรประชาชน พร้อมนำหลักฐานสูติบัตรของ ด.ญ.ต่าย เพื่อไปทำบัตรประชาชนเมื่ออายุ 9 ปีและนายกเทศมนตรีนครแม่สอด ได้มอบหมายให้ สท.นครแม่สอด ได้เข้าไปดูแลเบื้องต้น

โดยเตรียมหาโรงเรียนเพื่อให้ ด.ญ.ต่าย ได้เข้าไปศึกษาร่ำเรียน ส่วนนายเกษมจะได้หาอาชีพ หาการงานให้ทำเป็นหลักแหล่ง เพื่อจะได้ดูแลลูกสาว รวมทั้งหาที่อยู่ใหม่ให้ 2 พ่อ-ลูก เพราะสภาพที่อยู่ปัจจุบัน คงไม่สามารถอยู่ได้ คงต้องช่วยเหลือโดยเร็ว ประกอบกับในสภาพที่อยู่นั้นอาจจะเกิดอันตรายได้

ซึ่งในปัจจุบันนี้ นางขันแก้ว วงษ์กิจ หรือ ป้าแก้ว ชาวบ้านในละแวกใก้ลเคียงนั้น ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ใจดีอีกคน ยังได้ทำการดูแล ด.ญ.ต่าย และนายเกษม เป็นการเบื้องต้น โดยคอยช่วยเหลือดูแลให้ข้าวให้ขนม ด.ญ.ต่าย เป็นประจำ ตามสภาพคนบ้านใกล้เรือนเคียง

ทั้งนี้ ขอฝากพี่น้องประชาชนคนไทย โดยเฉพาะ คน อ.แม่สอด จ.ตาก หากต้องการจะช่วยเหลือก็สามารถติดต่อได้ โดยประสานงานผ่าน สท.นครแม่สอด โดย 089-2017917 หรือเทศบาลนครแม่สอด (นายกเทศมนตรีนครแม่สอด)

ขอบคุณ Sanook.com

ไบรท์ ถึงกับเสียน้ำตา หลังบุกห้องนอน “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” ครั้งแรก

เรียกได้ว่าทำเอาฮือฮาในโลกโซเชียลไม่น้อยเมื่อ “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” อวดภาพอัลตร้าซาวน์ ประกาศข่าวดี มาไม่ทันตั้งตัว เพื่อนวงการแห่คอมเมนต์ ไอจีแทบแตก! โดยงานนี้ “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” ก็ได้โพสต์ภาพอัลตร้าซาวน์ เเละได้ระบุข้อความว่า อาทิตย์ก่อนได้เป็นน้า (ลูกพี่สาว @bright_ch3 ) อาทิตย์นี้จะได้เป็นลุง (ลูกน้องชายผมเอง) ส่วนอาทิตย์หน้า … จังหวะบังเอิญแหละเนอะ” ไม่กดดันอะไร

ท่ามกลางเพื่อนในวงการบันเทิงที่เข้ามาเเสดงความคิดเห็นหลังเห็นภาพอัลตร้าซาวน์ว่า โอ้ยตกใจเลยยยยยยยย,แหม่ แป้นพิมพ์ผมลั่นเลยครับ , หึยยยย ขนลุก อีกทั้งชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์ให้ “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” เเละ “ไบร์ท พิชญทัฬน์” รีบมีเจ้าตัวเล็กในเร็ววันอีกด้วย

อีกทั้งงานนี้ “ไบรท์ พิชญทัฬน์” เคลื่อนไหวแล้วหลัง “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” โพสต์ภาพอัลตร้าซาวน์ อยากมีทายาทแต่ไม่ขอกดดัน! โดยงานนี้ “ไบรท์ พิชญทัฬน์” เมื่อเห็นข้อความ “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” ก็เข้ามาเเสดงความคิดเห็นเป็นรูปอิโมจิเเลบลิ้น

ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามาคอมเมนต์ต่อว่า @bright_ch3 @ sorrayuth9111 เป็นคุณแม่แล้วก็ยังทำงานอ่านข่าวได้ค่ะเด็กๆจะได้เข้าโรงเรียนเดียวกัน ถามพี่ยุทธว่า พร้อมเป็นคุณตาหรือยัง fc แฟนข่าวรีบ

เเละล่าสุดก็บอกว่า “ไบรท์ พิชญทัฬน์” ถึงกับเสียน้ำตา หลังทำยูทูบ บุกห้องนอน “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” ครั้งแรก!โดยคลิปนี้ “ไบรท์ พิชญทัฬน์” นั้นก็ได้โพสต์ผ่านช่องยูทูป TorBright Channel โดยผู้ที่พาไปบุกห้องนอนของ “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” ก็คือ “คุณแม่โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” เเละมีช่วงหนึ่งในรายการ “โต๋ -ไบรท์” ก็ได้พามาถ่ายพื้นที่ข้างบ้านที่เป็นเรือนหอ เเละได้กล่าวว่า เรากำลังจะสร้างบ้านหลังใหม่กันตรงนี้ งานนี้ทำไบรท์ถึงกับ ร้องไห้ออกมา โดยเธอนั้นได้กล่าวว่า “คิดถึงแม่ เพราะว่าตอนซื้อที่ดินจะสร้างบ้านตรงนี้ เเม่รู้ เล้วจริงๆเค้าก็บอกไว้ว่าเค้าอยากมา หลังจากนั้น โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ก็ได้ปลอบใจ ว่าแต่อีกหน่อยเดี๋ยวไบรท์ก็ได้ย้ายมาอยู่ใกล้ๆกันแล้ว ไม่ต้องเหนื่อยแล้วเนอะ”

ภาพในคลิป

ภาพในคลิป

ภาพในคลิป

กดชมคลิปที่นี่

หมอปลาท้อ ช่วยคนแต่ถูกแจ้งความ

จากกรณี พ.ต.อ.ณภัทรพงศ์ สมใจ ผกก.สภ.สุวรรณภูมิ มอบหมายให้ พ.ต.ท.จันที คำวิไชย สว. (สอบสวน) ร้องทุกข์กล่าวโทษแจ้งข้อหากับ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มือปรา บสัมภเวสี ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กล่าวหาว่าตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องนำพาผู้ติดย าไปส่งศูนย์บำบัดวัดท่าพุฯ จ.กาญจนบุรี มีนายจิตติ เศษวงศ์ อาสาตำรวจ สภ.สุวรรณภูมิ ร่วมเป็นเจ้าทุกข์ แจ้งดำเนินคดีหมอปลาด้วย

นายจิตติกล่าวว่าหมอปลาให้ข้อมูลอันเป็นเท็จที่กล่าวหาว่ามีการแอบแฝงเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ที่เดินทางไปบำบัดที่กาญจนบุรี และให้ข่าวในลักษณะว่าตำรวจสมรู้ร่วมคิดกับตำรวจอาสามาแสวงหาประโยชน์ ซึ่งไม่เป็นความจริง

ด้านนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา กล่าวถึงกรณีถูกตำรวจ สภ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด แจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทว่า เป็นการกินปูนร้อนท้องหรือเปล่า ทั้งหมดเกิดจากผู้เสียหายร้องเรียนมาที่ตน ดังปรากฏหลักฐานตามที่สื่อนำเสนอและยังมีหลักฐานอีกจำนวนมากที่ผู้เสียหายมอบไว้ให้ ที่สำคัญเป็นการกระทำด้วยความสุจริตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ถูกกระทำทั้งสิ้น ไม่ได้ไปโจมตีใส่ร้ายใครหากมีหมายเรียกมาก็พร้อมสู้คดี ไม่หนักใจอะไร ก็ดีเหมือนกันจะได้นำความจริงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดทางด้าน หมอปลา ได้ไปออกรายการโหนกระแส ซึ่งมีพิธีกรคือ หนุ่ม กรรชัย กําเนิดพลอย ได้สอบถาม หมอปลา ในช่วยท้ายรายการว่า หลังจากเจอตำรวจแจ้งจับแบบนี้แล้ว ยังจะช่วยเหลือประชาชนที่เดินร้อนอีกหรือไม่

ซึ่งหลังจาถูกถามทางด้าน หมอปลา เกิดอาการน้ำตาคลอ พร้อมกับยอมรับว่า ต่อจากนี้ไปจะขอพิจารณาตนเอง และอาจไม่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อนอีก เนื่องจากเหตุการณ์ที่ตนเองโดนแจ้งจับ ถึงจะไม่ใช่คดีความใหญ่โตอะไร แต่มันทำร้ายความรู้สึก และจะขอกลับไปทบทวนตนเองกับบทบาทที่ทำมาก่อนหน้านี้

“ชมพู่ อารยา” อวดภาพอัลตร้าซาวน์ ตั้งท้องลูกคนที่ 3

เรียกได้ว่าเป็นอีกคู่รักที่หลายๆคนอิจฉา สำหรับ “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” และ “ รังษีสิงห์พิพัฒน์” ที่ถึงแม้จะไม่ค่อยเห็นโพสต์โมเมนต์สวีทหวานสักเท่าไหร่ แต่เบื้องหลังนั้น ทั้งคู่มีโมเม้นต์หวานให้กันตลอดอยู่สม่ำเสมอ

เเละก่อนหน้านี้ต้องบอกว่าไม่รวยจริงทำไม่ได้ เมื่อก่อนหน้านี้ “น็อต วิศรุต” ได้ทุ่มจัดเต็ม ซื้อรถหรูมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท เซอร์ไพรส์วันเกิดภรรยาสุดที่รักอย่าง “สาวชมพู่ อารยา” เพื่อเป็นของขวัญอายุครบ 39 ปี

ซึ่งงานนี้ สาวชมพู่ อารยา ก็ได้โพสต์อินสตราเเกรมส่วนตัวว่า “Finally one of my own !! Thank u papa kaa. And speacial thx to P’@natapichat & @lamborghinirenazzomotor kaaa”

เเละล่าสุดต้องบอกว่าขอเเสดงความยินดีกับ “ชมพู่ อารยา” ประกาศข่าวดี ตั้งท้องทายาทหมื่นล้าน คนที่ 3! โดยงานนี้เธอนั้นได้โพสต์คลิปวีดิโอภาพอัลตร้าซาวน์ เเละได้ระบุข้อความว่า There’s another heart beating inside me นั่นเอง

สายฟ้าพายุ มีน้องแล้ว

ยินดีด้วยนะคะ

ตำรวจไซเบอร์ ตรวจยึดทรัพย์สิน

ตำรวจไซเบอร์บุก จับ ผู้ต้องหาหลอกขายไอโฟนให้ เยาวชน อายุ 14 ปี ผ่านอินสตาแกรม Phonebymint ที่มีผู้ติดตามมากถึง 60,000 คน 1.น.ส.นฤมล ชำนาญชล อายุ18 ปี และ 2. น.ส.สายน้ำผึ้ง ชนะมาร อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งย่านราชพฤกษ์ อ.เมือง จว.นนทบุรีซึ่งมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยในคดีนี้

จากการตรวจค้นไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด พบเพียงครอบครัวของแฟนซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้าน จึงทำการตรวจตรวจยึดแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ตู้เซฟนิรภัย กระเป๋าแบรนด์เนม ซิมโทรศัพท์มือถือ และรถยนต์เก๋ง บีเอ็มดับเบิ้ลยู ไว้เป็นของกลาง

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้ เคยถูกจับกุมดำเนินคดีที่ สภ.คลองหลวง ในข้อหาฐานความผิดลักษณะเดียวกันนี้ตามหมายจับของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี

ยึดรถหรู

อนึ่งพนักงานสอบสวนจะมีบันทึกไปยังเลขาธิการ ปปง. โดยคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ติดตามทรัพย์ และยึดทรัพย์ตามกระบวนการต่อไป

คู่รัก 36 ปีผ่านไป กลับไปจุดเช็กอินเดิม ที่เคยถ่ายรูปด้วยกัน

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวความรักที่ดลกออนไลน์เข้ามาแสดงความเห็น และให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก

ต้องบอกเลยว่าเรื่องราวที่เรานำมาฝากวันนี้ น่ารักมากๆเลยจ้า หลังมีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Danoo Kanpot ได้ออกมาโพสต์ดประทับใจคู่กับภรรยา

เมื่อครั้งไปเที่ยวน้ำตกถ้ำธารลอด จ.กาญจนบุรี ที่เคยถ่ายรูปด้วยกันเมื่อปี 2528 แล้วนำมาเทียบกับภาพปัจจุบันในสถานที่เดิม ทั้งนี้ยังได้ระบุข้อความว่า

วันนี้ไปถ้ำธารลอด ไปเดินตามหาสะพานในรูปเก่าจนเจอ จนท.บอกว่า สะพานนี้ผุพัง เลิกใช้ไปแล้ว เหลือแค่ทราก เค้าเปลี่ยนเส้นทางใหม่ไปนานแล้ว เวลาผ่านไป36ปี ก้อนหินบางก้อนยังเปลี่ยนตำแหน่งเลย

ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่า 36 ปี แต่ความรักของทั้งคู่ก็ไม่มีเปลี่ยน

ขอบคุณที่มาจาก Danoo Kanpot

ภาพปัจจุบัน ละม่อม สวยจนจำไม่ได้

เชื่อว่าหลายๆคนคงยังจำเธอได้ เพราะถือว่าเป็นอีกหนึ่งสาวที่ถูกโ ฉลกกับบทบาทของสาวใช้มากๆ สำหรับสาว “ ออมไธสง” เชื่อเลยว่าใครที่เป็นแฟนละครเรื่อง ท องเนื้อเก้า ในเวอร์ชั่นปี 2556 คงไม่มีใคร ที่ไม่รู้จักกับ “ละม่อม” สาวใช้ผู้ใสซื่อ ที่มีเอกลั กษณ์ ตัวป้อม มัดแกละ เสียงเหน่อ เจ้าของวลีฮิต “ไข่ตุ้ม” ผู้สร้างสีสันให้กับละครเรื่องนี้ จนกลายเป็นที่พูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมืองในขณะนั้น ที่จากบทบาทของสาวใช้นี่แหละ ที่ส่งให้สาวมินแจ้งเกิดโ ด่งดั งจนเป็นที่รู้จักกันทั้งประเทศ และทำให้มีงานละครติดกันกว่า 7 เรื่อง

เคยแสดงละคร ทองเนื้อเก้า

รับบท ละม่อม

เจ้าของวลีฮิต “ไข่ตุ้ม”

ซึ่งต้องบอกว่า ดังข้ามคืนก็ว่าได้สําหรับ “มิน รตวรรณ ออมไธสง” หรือ “ละม่อม” นักแสดงในบทคนใช้ จากเรื่อง “ท องเนื้อเก้า” ที่กลายเป็นกระแ สฮอต ก็เพราะบทบาทที่เธอต่อปากต่อคํากับลํายองได้ถูกใจแฟนละคร และที่สําคัญบทบาทที่เธอเลี้ยงดูพร่ำสอน “วันเฉลิม” จนทําให้คนดูละครน้ำตาคลอได้หลายตอนที่สําคัญคําว่า “ไข่ตุ้ม” ที่เธอสอนให้วันเฉลิม “ต้มไข่” กลายเป็นคํายอดฮิตในช่วงเวลานั้นไปแล้ว

เชื่อว่าหลายคนไม่เคยทราบมาก่อนว่าในชีวิตจริงของเธอนั้นแตกต่างจากละครอย่างมาก เราขอรวบรวมความแ ซ่บสะท้านของ “สาวมิน” เรียกได้ว่าแ ซ่บสะท้านทรว งจริงๆ โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ที่เธอชอบเที่ยวทะเลเป็นชีวิตจิตใจ และสวมใส่ชุดบิกินีสุดเ ซ็กซี่ตัดกับผิวสีแทน โ พสท่าสวยๆ เผ็ ดซี้ ด จะเห็นได้จากรูปภาพแ ซ่บๆ ที่เธอลงในอินสตราแกรมส่วนตัวของเธอ นอกจากนี้สาวคนนี้ยังเป็นขวัญใจของหนุ่มชาวต่างชาติซะด้วย

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ว่าใครก็ต้องจดจำเธอได้ อยากให้สาวๆทุกคนมั่นใจในตัวของตัวเองและสวยในแบบของเรานะครับ

ทองร่วงรับวันหยุด 24 ก.ย.64 ปรับครั้งแรกร่วงแรงน่าจับตา

สมาคมค้าทองคำรายงานว่า ราคาทองไทย ประจำวันที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 09:22 น. (ครั้งที่ 1) ราคาทองปรับลงถึง 150 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่ง ขายออกบาทละ 27,700 บาท รับซื้อ 27,600 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 28,200 บาท รับซื้อ 27,106.08 บาท

ราคาทองวันนี้ 22 ก.ย.64

ปรับลง 150 บาท

กราฟต่างประเทศ

ราคาทองวันนี้ปรับลงตั้งแต่เช้าการปรับราคาครั้งแรกถึง 150 บาท ถือว่าเป็นการปรับราคาลงรับวันหยุดเลยก็ว่าได้ ทั้งวันนี้จะปรับอีกไปในทิศทางไหนก็ต้องติดตามกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สมาคมค้าทองคำ

สั่งปิดแล้ว ศูนย์บำบัดฯ วัดท่าพุราษฎร์บำรุง จ.กาญจนบุรี

ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ หมอปลา หรือ นายจิรพันธ์ เพชรขาว ได้รับการร้องเรียนที่ศูนย์บำบัดฯ วัดท่าพุราษฎร์บำรุง หมู่ 10 ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี กระทั่งเหล่าผู้ที่ถูกส่งไปบำบัดได้รับความช่วยเหลือ และได้ส่งบางรายกลับไปพักฟื้นที่บ้าน ขณะที่อีกหลายส่วนได้ถูกส่งไปรักษาตัวต่อที่ บ้านหมอปลา ที่จังหวัดเพชรบูรณ์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดมีหนังสือด่วนที่สุดจากสาธารณสุข จ.กาญจนบุรี ถึงกรณีการประกาศปิดศูนย์ดังกล่าวที่วัดท่าพุราษฎร์บำรุง ลงนามโดย นายมานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

หลังสือด่วนฉบับดังกล่าวระบุข้อมูลว่า “ที่ สธ 0312/2364 ลงวันที่ 23 กันยายน 2564 เรื่อง ให้หยุดดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพ และหยุดรับผู้ป่วยเข้าบำบัดพื้นฟูสมรรถภาพระบุว่า นมัสการ รักษาการเจ้าอาวาสวัดทำพุราษฎร์บำรุง ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อ กรณีแม่ร้องขอความช่วยเหลือให้ลูกชาย ภายหลังจากที่ถูกส่งไปบำบัดฯในสถานที่ดังกล่าว

โดยในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการตรวจสถานพยาบาล และผู้แทนอนุกรรมการฯ จากสำนักงานป.ป.ส. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ศูนย์สงเคราะห์ และฟื้นฟูวัดท่าพุราษฎร์บำรุง พบว่า ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ การขอจัดตั้งสถานพยาบาลตาม พระบัญญัติฯ พ.ศ.2522 ประกอบกับเจ้าอาวาสวัดท่าพุราษฎร์บำรุง ผู้ยื่นขอจัดตั้งสถานฟื้นฟูสมรรถภาพได้มรณภาพลง

นอกจากนี้ วัดเป็นนิติบุคคลตามผลของกฎหมายคือมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 แต่การขอรับอนุญาตจัดตั้งเป็นสถานพยาบาลตามพระราชบัญญัติฯ พ.ศ.2522 รวมฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มีลักษณะแตกต่างจากนิติบุคคล ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กล่าวคือ มีลักษณะเป็นการเฉพาะตัวผู้ที่ยื่นขออนุญาตจัดตั้งสถานฟื้นฟูสมรรถภาพไว้กับกรมการแพทย์เท่านั้น เมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพ สถานฟื้นฟูสมรรถภาพนั้นๆ ต้องหยุดดำเนินการ และส่วนราชการต้องเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมฯ ให้โทษออกประกาศ

กระทรวงสาธารณสุข เพิกถอนชื่อสถานฟื้นฟูสมรรถภาพดังกล่าว โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ซึ่งไม่ผูกพันให้รักษาการแทน หรือเจ้าอาวาสท่านใหม่ ต้องดำเนินการสถานพื้นฟูสมรรถภาพฯ นั้นต่อไป หากมีความประสงค์จะดำเนินการต้องยื่นขออนุญาตจัดตั้งใหม่ จึงจะดำเนินการได้ เพื่อระงับเหตุและป้องกันความเสียหายอันจำเป็นอย่างเร่งด่วน

อาศัยอำนาจตาม ข้อ 4 (4)ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระเบียบข้อบังคับเพื่อควบคุมการบำบัดรักษา และระเบียบวินัยสำหรับสถานพยาบาล พ.ศ. 2562 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 อีกทั้ง อธิบดีกรมการแพทย์ จึงมีคำสั่งให้ศูนย์สงเคราะห์และฟื้นฟูวัดท่าพุราษฎร์บำรุง หยุดดำเนินการพื้นฟูสมรรถภาพ และหยุดรับผู้ป่วยเข้าบำบัดฟื้นฟู สมรรถภาพทันที นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งเป็นต้นไป

สาวท้อง 8 เดือน ฉีดวัคซีนโควิดยี่ห้อนี้ เสียชีวิต ช็อกหนักเจอติดเชื้อ ตายทั้งกลม

สลด สาวท้อง 8 เดือน ดับหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 หลังผ่านไป 1 เดือน รพ.ยังไม่ชี้แจง “แม่” ข้องใจ ต้องเดินสายร้องหลายหน่วยงาน เรื่องก็ยังเงียบ จึงเข้าพึ่งสื่อเพื่อขอความเป็นธรรม ส่วน “ยาย” กล่าวทั้งน้ำตา คนอื่นไป รพ.แล้วได้กลับมาบ้าน แต่ทำไมหลานถึงไม่ได้กลับมา

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 23 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากญาติของผู้เสียชีวิต เป็นหญิงตั้งครรภ์ 8 เดือน หลังไปฉีดวัคซีนโควิด-19 แอสตราเซเนกา ตามสิทธิ์คนท้อง เมื่อกลับบ้านมีอาการไม่สบายไข้ขึ้น จึงไปตรวจเชิงรุกพบติดเชื้อโควิด-19 เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 ผ่านไป 1 สัปดาห์ โรงพยาบาลฯ แจ้งผู้ป่วยตายทั้งกลม ญาติ ตั้งข้อสังเกต เด็กอาจตายเน่าคาท้อง ส่งผลให้แม่เสียชีวิต จากการติดเชื้อในกระแสเลือด

โดยที่บ้านเลขที่ 64 / 56 หมู่ 3 ต.คลองนิยมยาตรา อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เป็นบ้านชั้นเดียวขนาดประมาณ 23 ตารางวา มีญาติผู้เสียชีวิตรอพบผู้สื่อข่าวอยู่ประมาณ 8 คน สังเกตที่ใบหน้าแต่ละคนปนเปื้อนไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ

นางเบ็ญจา ทองยา อายุ 52 ปี ป้าของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตชื่อ น.ส.มินตรา อินอร่าม หรือมิ้น อายุ 28 ปี เป็นหญิงตั้งครรภ์ 8 เดือน เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ไปฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อกลับบ้านมีอาการไม่สบายไข้ขึ้น วันที่ 13 ส.ค.ไปทำงาน บริษัทฯตรวจเชิงรุกหาเชื้อพนักงาน ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 จึงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 ในวันที่ 15 ส.ค. ด้วยอาการเหมือนคนปกติ แข็งแรงทั้งแม่และเด็กในครรภ์ หมอยังบอกกับญาติ ไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลฯ น้องมิ้น ได้มีการพูดคุยกับญาติทุกวัน ทางโทรศัพท์หรือทางไลน์

แต่วันที่ 18 ส.ค. มีอาการไอรุนแรง ไข้ขึ้น 39 องศา วันที่ 20 ส.ค.ขาดการติดต่อ ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลฯ ต้องนำเข้าห้อง ICU และหมอได้พูดคุยกับป้า บอกอาการน้องไม่ค่อยดี เด็กอาจต้องคลอดก่อนกำหนด ป้าถึงกับงง เพราะตอนเข้าโรงพยาบาลฯ แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก แต่ได้บอกหมอไปว่าให้ช่วยชีวิตแม่เป็นสำคัญก่อน กระทั่งวันที่ 25 ส.ค. โรงพยาบาลฯโทรแจ้งว่า เด็กในครรภ์เสียชีวิต ป้าเข้าใจว่า หมอคงผ่าเด็กออกมา แล้วนำไปเผาตามขั้นตอนของสาธารณสุข เนื่องจากติดเชื้อโควิด-19

วันที่ 27 ส.ค.เวลา 12.00 น.โรงพยาบาลฯ โทรแจ้งว่า น้องมิ้น ต้องปั๊มหัวใจ จากนั้น เวลา 16.00 น.โรงพยาบาลฯโทรแจ้งว่า มิ้นได้เสียชีวิตลงแล้ว และต้องส่งศพไปเผา ในเย็นของวันเดียวกัน ซึ่งป้า ได้เป็นตัวแทนของครอบครัวไปทำพิธีเผาศพ เนื่องจากแม่ของมิ้น ติดเชื้อโควิด-19 และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกัน แต่สิ่งที่ป้าได้รับรู้คือ มิ้น ตายในลักษณะ ที่ยังมีเด็กอยู่ในท้อง หรือที่เรียกว่า ตายทั้งกลม ก่อนเสียชีวิตมีน้ำหนักตัว 119 กิโลกรัม แต่หลังจากเสียชีวิต มีน้ำหนักสูงขึ้นไปถึง 130 กิโลกรัม ต้องใช้คนยกศพ ถึง 8 คน จึงทำให้ญาติติดใจ สงสัย ถึงสาเหตุของการเสียชีวิต ของแม่และเด็กในท้อง ว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร ทำไมโรงพยาบาลถึงไม่ทำการผ่าเอาเด็กออกมาก่อน ตอนที่ยังไม่ตายแล้วเอาเข้าตู้อบ หรือหากเด็กตายในท้อง ทำไมถึงไม่ผ่าเอาเด็กออกมาก่อน ปล่อยให้ตายอยู่ในท้องนาน ถึง 2 วัน จนอาจส่งผลทำให้ผู้เป็นแม่ติดเชื้อจากศพลูกที่อยู่ในท้อง จนเสียชีวิตตายตาม แต่ทางหมอ ระบุว่า มิ้นเสียชีวิต จากอาการปอดติดเชื้อ โดยไม่ได้ระบุในเอกสารด้วยว่า มีเด็กตายอยู่ในท้องของอีกคน

หลังจากนั้นญาติได้พยายามขอคำอธิบายจากโรงพยาบาลฯ แต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆ ไม่ให้ความช่วยเหลืออะไร แม้แต่เรื่องเอกสารการเสียชีวิต ญาติต้อง คอยตามเรื่องเอาเอง เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม ญาติ ได้พยายาม ไปร้องเรียนกับหน่วยงานของจังหวัดสมุทรปราการ แต่ได้รับคำตอบว่าให้หาเอกสารพิสูจน์ถึงสาเหตุของการเสียชีวิต ของแม่กับเด็กในท้อง ซึ่งญาติก็บอกว่า ตายจากเชื้อโควิด-19 จะไปเอาเอกสารที่ไหน และโรงพยาบาล ก็ไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องอะไรเลย ทำให้หมดหนทางไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงต้องมาร้องผ่านสื่อฯ ขอความเห็นใจ ส่งถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยทวงความเป็นธรรมคืนให้กับครอบครัวของตนด้วย

“ตอนนี้ แม่ ของมิ้นเสียใจมาก โดยเฉพาะยาย ร้องไห้ทุกวัน แม้จะผ่านมาแล้ว 1 เดือนก็ตาม ยายกล่าวทั้งน้ำตา คิดว่าไปอยู่ใกล้หมอ คงไม่เป็นอะไรแล้วละ ถ้าอยู่กับเรา ๆ ช่วยอะไรไม่ได้ ที่ไหนล่ะ หมอไม่ได้ช่วยอะไรหลานยายเลย เขาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลฯแล้วได้กลับบ้านกัน แต่ทำไมหลานยายไปโรงพยาบาลฯแล้วถึงไม่ได้กลับมาบ้าน เหมือนคนอื่น ๆ”