Home Blog

สาวสั่งขนมปังร้านดัง กำชับให้เขียนระบุไส้ด้วย แต่เห็นแล้วทำพูดไม่ออก

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซเชียลให้ความสนใจ หลังผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้เผยภาพห่อขนมปังจากร้านชื่อดัง ที่มักจะมีการเขียนระบุไส้ของขนมปังเอาไว้บนซองพลาสติก โดยจะใช้ปากกาเขียนด้วยลายมือ แต่ครั้งนี้ทำเอาชาวเน็ตทั้งฮาทั้งขมคอ เพราะอ่านชื่อไส้ที่ทางร้านเขียนมา ทำให้คิดดีไม่ได้จริงๆ

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Benz Supaluck Sriwilailux” ได้โพสต์ภาพห่อขนมปังดังกล่าว โดยระบุว่า เตือนภัยค่า เหตุเกิดจากความรีบ…เราสั่งขนมปังหลายรส กลัวสับสน….บอกน้องเขียนแยกรสให้หน่อยค่า….

เปิดถุงขนมมา แว้บแรกคิดไปไกล…..รสใหม่ใช่ไหม…..น้องรีบไปนิด จริงๆคือ รสชีสสสส นะคะ ปล.วันนั้นฝนตกหนัก……ไม่น่าเร่งให้น้องเขียนเลยจริงๆ

รสชีสนั่นเองจ้า

อพาร์ทเมนต์หรู 22 ชั้นพังถล่ม ห้องละ 40ล้าน เหลือแต่ซาก

เป็นเหตุการณ์สุดระทึกในแอฟริกา เมื่อสื่อต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุอาคารสูง 22ชั้น ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในย่านเศรษฐกิจ กลางเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 64 ในเวลาประมาณ 14.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ซึ่งทีมกู้ภัยได้เร่งทำงานเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต ซึ่งเบื้องต้นพบผู้เ สี ย ชี วิต อย่างน้อยแล้ว 4 ราย และอีกหลายชีวิตยังสู ญหาย โดยปฏิบัติกู้ภัยดำเนินไปอย่างต่อเนื่องข้ามคืน ซึ่งมีการนำรถขุดมายังจุดเกิดเหตุ จนท.กู้ภัย กับชาวบ้านบางส่วนต่างช่วยกันขุดและรื้อซากอาคาร เพื่อค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้กองอิฐ ซึ่งสามารถช่วยผู้รอดชีวิตได้แล้ว 4 ราย

ตามรายงานได้เพิ่มรายละเอียดว่า สาเหตุที่อาคารถล่มนั้นยังไม่ทราบชัด รวมถึงยังไม่ทราบจำนวนคนที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร ขณะที่ อีริก เทตเตห์ คนงานก่อสร้างวัย 41 ปี ที่รอดชีวิตมาได้ เผยกับสำนักข่าวเอพีว่า ตอนที่อยู่ๆอาคารก็พังถล่มลงมานั้น เขากับพี่ชายหนีออกมาจากจุดนั้นได้ แต่ยังมีคนอีกจำนวนมากกว่า 100 คนอยู่ตรงนั้น

ขณะเดียวกันผู้เห็นเหตุการณ์อีกราย ที่อยู่ในอาคารสำนักงานฝั่งตรงข้ามกับอาคารที่ถล่ม ได้เผยว่า ตนได้ยินเสียงดัง และเมื่อหันไปมองนอกหน้าต่างก็เห็นอาคารกำลังทรุดลงมาทีละชั้น

ด้าน จนท.ท้องถิ่นได้สั่งให้มีการตรวจสอบหาสาเหตุการถล่มแล้ว และให้คำมั่นจะเปิดเผยรายงานฉบับสุดท้ายต่อสาธารณชน อีกทั้งทาง เฟมิ อเดสินา ที่ปรึกษาพิเศษของประธานาธิบดีมูฮัมมาดู บูฮารี ของไนจีเรีย เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีขอแสดงความเสียใจไปถึงครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก พร้อมกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในปฏิบัติการกู้ภัย

นอกจากนี้ โอลู อปาตา ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ ได้เผยกับซีเอ็นเอ็น ว่า เขานึกว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นตอนที่รีบวิ่งออกมาจากอพาร์ทเมนต์ของเขา เขารู้สึกว่าอาคารสั่นไหวและรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ โอลูยังชี้ว่าอาคารถล่มดังกล่าวดำเนินการก่อสร้างมาแล้ว 2 ปี และนักพัฒนาโครงการก็ได้มาพบกับผู้ซื้อที่มุ่งหวังในที่ก่อสร้างเมื่อวันจันทร์

อาคารที่ถล่มลงมาเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร 3 หลัง ชื่อ “360 Degrees Towers” ที่สร้างโดยบริษัทผู้พัฒนาเอกชนชื่อ Fourscore Homes ซึ่งในโบรชัวร์สำหรับลูกค้า บริษัทสัญญาว่าจะนำเสนอ “ไลฟ์สไตล์ที่ปราศจากความเครียด เพรียบพร้อมด้วยสไตล์โรงแรม” ซึ่งยูนิตที่ถูกที่สุดของที่นี่ มีราคาสูงถึง 1 ล้าน 2 แสนดอลลาร์ หรือเกือบ 40 ล้านบาท

อีกทั้งอาคารที่พังถล่มลงมา ยังเป็นที่ตั้งของอพาร์ทเมนต์หรู ทาวน์เฮ้าส์ เพนเฮ้าส์ ภายใต้การพัฒนาโครงการของบริษัท Fourscore Homes Limited ที่อ้างว่าเคยรับผิดชอบโครงการก่อสร้างต่างๆ ทั้งในสหรัฐฯ อังกฤษ และแอฟริกาใต้ รวมถึงในเมืองอื่นๆ ของไนจีเรีย

อย่างไรก็ตาม ตามรายงานยังเผยอีกว่า รองผู้ว่าการเมืองลากอสกำลังตกเป็นเป้าความโกรธเคืองของประชาชน ที่มองว่าเจ้าหน้าที่เริ่มเข้าช่วยเหลือและกู้ภัยไม่เร็วพอหลังเกิดเหตุ ซึ่งนี่ไม่ใช่เหตุอาคารถล่มครั้งแรกในเมือง ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมามีอาคารถล่มในลากอสมาแล้วหลายครั้ง เช่นเหตุโรงเรียนถล่มในปี 2562 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย และในปี 2557 ก็มีเหตุอาคาร 6 ชั้นพังถล่ม จนมีคนเสียชีวิต 116 ราย

ข้อมูลจาก บีบีซี, ซีเอ็นเอ็น

โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ป่วยหนัก

เชื่อว่าหลายคงคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่บ้าง สำหรับตลกชื่อดังอย่าง โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ที่ล่าสุดเจ้าตัวไม่สบายหนัก แต่ไม่ได้บอกใคร ทำเอาพี่น้องวงการตลกถึงกับตกใจเมื่อทราบถึงอาการ ทรุดหนักทำไมไม่บอกห่วงมาก เป็ด เชิญยิ้ม เพิ่งทราบข่าวห่วง โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม ตลกรุ่นน้อง หลังอาการทรุดหนัก ทราบข่าวจาก นุ้ย เชิญยิ้ม ตกใจมาก

เป็ด เชิญยิ้ม เผยก่อนหน้านี้ได้ขอคิวก่อนบ่ายไป 3-4 ครั้ง บอกไม่สะดวกๆตลอด แต่กลับกลายเป็นว่า ไม่สบายหนัก ถึงขั้นนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เท่าที่ทราบมา โป๊งเหน่ง เดินสามก้าวก็เหนื่อยแล้ว ตอนนี้ก็รอรักษาอยู่

ได้หาวิธีติดต่อกับทางญาติว่าจะให้เข้าไปช่วยเหลือยังไงได้บ้าง จะคุยกันอีกทีหนึ่ง โป๊งเหน่งก็ถือว่าเป็นเหมือนอีกหนึ่งคนในครอบครัว ผ่านงานกันมาด้วยกันค่อนข้างนาน อยู่ด้วยกันมาก็ 20 กว่าปีได้

จากที่ได้เจอก็ทำให้รู้ว่าเขาไม่ค่อยได้ดูแลตัวเอง ก่อนหน้าจากที่โป๊งเหน่งเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆซึ่งตนเองก็ได้มีการเตือนแล้วกับการที่โป๊งเหน่งสูบเยอะ แต่ก็เขาก็ไม่ฟัง ได้แต่ยิ้มพร้อมหัวเราะ

เราก็ทำงานกันมาตั้งนาน เลิกไม่ได้สักที เป็นห่วงพอสมควร อยู่ด้วยกัน 20-30 ปี อยู่บนถนนตลกด้วยกัน อยู่ก่อนบ่ายเกือบ 20 ปี ที่โป๊งเหน่งมาอยู่ เหมือนคนในครอบครัว ได้ยินข่าวก็ตกใจ

อย่างไรก็ขอให้หายไวๆนะครับ

กรมอุตุฯ ชี้แจงด่วน ไทยเตรียมรับมือ พายุ 5 ลูก

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลภัยพิบัติเรื่อง เตรียมรับมือ พายุ 5 ลูก ที่จะส่งผลกระทบกับประเทศไทย โดย กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จ

กรณีการโพสต์ให้ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ถึง พายุ 5 ลูก ที่อาจส่งกระทบต่อประเทศไทยนั้น ทาง กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนในสัปดาห์นี้ (1-8 พฤศจิกายน 2564)

พบว่ายังไม่มีสัญญาณการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน ที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย

แต่อย่างไรอาจจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปรากฏบริเวณทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยในบางช่วงเวลา ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นได้ในระยะนี้

โดย พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม 2564 – 6 พฤศจิกายน 2564 พบว่าในช่วงดังกล่าว

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ส่งผลให้มีลมตะวันออกเฉียงเหนือและลมตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้

ส่วนในช่วงวันที่ 2 – 6 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง และมีอากาศเย็นในตอนเช้า

สำหรับภาคใต้ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ตลอดช่วง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่วนประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคใต้ควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจาก “กรมอุตุนิยมวิทยา” ได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th, Facebook: กรมอุตุนิยมวิทยา, Application: Thai weather หรือติดต่อสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

สรุปคือ ในช่วงวันที่ 1 – 8 พ.ย. 2564 ยังไม่มีสัญญาณการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

“มะเดี่ยว มะใจ” ดาวดังสู้ชีวิต ในติ๊กต๊อก เสียชีวิตแล้ว

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 64 มีรายงานเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน 2 คัน รถเก๋ง 1 คัน รถกระบะ 1 คัน บริเวณถนนมิตรภาพ ขาเข้าโคราช หลักกิโลเมตรที่ 94-95 หน้าปั้มน้ำมันพีทีโนนทอง ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และเสียชีวิตในเวลาต่อมาอีก 1 ราย

ภาพในที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ คนดังในโลก TikTok ซึ่งก็คือ “มะเดี่ยว มะใจ” ผู้ซึ่งเป็นที่โด่งดังมาจากการที่เป็นคนขยันทำงานหลายที่ จนเขาสามารถเก็บเงินมาเปิดร้านขายน้ำ อาหารตามสั่ง และยังเป็นเสาหลักของบ้านคอยดูแลหาเลี้ยงดูแม่และยาย

โดยหลังจากที่เหล่าแฟนคลับของเขาได้ทราบข่าวเศร้าดังกล่าว ต่างเข้ามาไว้อาลัยต่อการจากไปของ มะเดี่ยว มะใจ และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตในเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก อาทิ ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเจอกัน ชอบทัศนคติและการสู้ชีวิตของน้องและติดตามน้องมาจาก Tiktok จนมาขอแอดน้องเป็นเพื่อนในเฟส ได้เห็นการสู้ชีวิตของน้องมานาน น้องเป็นกำลังใจ เป็นตัวอย่างที่ดีในการสู้ชีวิตให้กับหลายๆคน

น้องมีแต่พลังบวกในทุกๆด้าน คำว่าท้อ คำว่าไม่ไหว เท่าที่เป็นเพื่อนน้องมาคือยังไม่เคยได้ยินเลย ตั้งใจว่าถ้าได้กลับโคราชจะแวะอุดหนุนน้อง แต่ยังไม่มีโอกาสนั้นเลย พอมารู้ข่าววันนี้เสียใจ และหดหู่มาก หลับให้สบายนะคะน้องมะเดี่ยว หนูเป็นเด็กดีกตัญญู กับแม่และยาย ผลบุญจะนำพาหนูไปในภพภูมิที่ดี พี่จะทำบุญอุทิศบุญไปให้นะคะ เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูล : Nattapon Mantalung , คำเพ็ชร ทอนสูงเนิน

รมว.ยูกันดา เตือนแรง ห้ามฉีดวัคซีนโควิดสูตรผสม ให้ประชาชน

การระบาดของเชื้อไวรัสโรคโคโรนา 2019 ต่างแพร่กระจายไปทั่วโลก ซึ่งความหวังที่ดีที่สุดตอนนี้คือการได้รับวัคซีนเข้าสู่ร่างกายคนทุกคน แน่นอนว่า ประเทศที่เป็นชั้นนำของโลกสามารถกระจายวัคซีนให้พลเมืองได้เป็นอย่างดี แต่ในบางประเทศนั้นกลับต้องการวิธีฉีดวัคซีนให้พลเมืองอย่างเพียงพอและได้รับประสิทธิภาพที่ดี โดยบางประเทศยอมแม้กระทั่ง ฉีดวัคซีนไขว้ให้พลเมือง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางด้าน “รูธ อาเซง” รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขยูกันดา ได้เตือนสาธารณชนด้วยการโพสต์ทวิตเตอร์เตือนเมื่อวันที่ 30 ต.ค.64 ที่ผ่านมาว่า อย่าฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 แบบผสมกัน หรือ อย่าผสมวัคซีนป้องกันโรคโควิด ซึ่งถ้าฉีดวัคซีนชนิดหนึ่งแล้ว ให้ฉีดครบโดสด้วยวัคซีนชนิดเดิม

ตามรายงานระบุว่า ทางยูกันดา ได้เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคCovid ให้ประชากรกลุ่มสำคัญราว 5.5 ล้านคน ก่อนจะเปิดการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งประชากรกลุ่มสำคัญข้างต้น ได้แก่ ครูอาจารย์ จนท.ด้านความมั่นคง ผู้สูงอายุ บุคคลที่มีโรคประจำตัว บุคลากรทางการแพทย์ และแรงงานบาร์

โดยยูกันดาได้กำหนดเปิดสถาบันการศึกษาระดับสูงอีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 พ.ย. เป็นต้นไป และนักเรียนต้องแสดงบัตรการฉีดวัคซีนป้องกันโรคCovid ก่อนเข้าพื้นที่ ส่วนโรงเรียนอื่นๆ มีกำหนดกลับมาเปิดการเรียนการสอนภายในเดือนมกราคมปีหน้า หลังจากต้องปิดทำการเพราะโรคระบาดใหญ่มานานเกือบ 20 เดือน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิดยูกันดา ตามรายงายระบุว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดที่ 126,171 ราย เสียชีวิตแล้ว 3,215 ราย และรักษาหายแล้วกว่า 96,676 ราย

ด่วน เก่ง ลายพราง เชื้ออาจลงปอด

ต้องบอกว่าเหล่าบรรดาโซเชียลต่างส่งกำลังใจ จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ “เก่ง ลายพราง” นั้นได้เข้าพิธีหมั้นแฟนสาว “น้องจอย” ไปหมาดๆ เเต่หลังจากนั้นก็ “เก่ง ลายพราง” นั้นได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่าภรรยาสาวหน้าคมอย่า “น้องจอย” ต้องติดเชื้อโควิด-19 ขณะตั้งท้อง เเละในเวลาต่อมา “เก่ง ลายพราง” ก็แจ้งข่าวว่าติดเชื้อโควิด-19 ด้วยเช่นกัน

เเละในเวลาต่อมา “เก่ง ลายพราง” อาการน่าเป็นห่วง หลังติดโควิด-19 ล่าสุดต้องใส่ออกซิเจน! โดยทางด้านภรรยา “เก่ง ลายพราง” ก็ได้โพสต์รูปภาพล่าสุดเเละได้ระบุข้อความว่า “อัพเดตอาการพี่เก่งนะคะตอนนี้ต้องให้ออกซิเจนมีอาการหายใจไม่สะดวกไข้ขึ้นเล็กน้อย ยังไงก็ต้องดูแลกันไปให้ดีที่สุดเราสองคนจะไม่ทิ้งกันไปไหนแน่นอน”

ในขณะที่ “เก่ง ลายพราง” ก็ได้โพสต์ระบุข้อความว่า “ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นไข้ธรรมดา แต่ตอนนี้รู้แร้วว่าน่ากลัว หายใจไม่ออก ไข้ขึ้น ตลอดเวลา เชื่อเลยว่าทำไมตอนจอยเป็นถึงลุกไม่ขึ้น แระก็ดีใจนะที่ เป็นตอนแรก คิดว่าได้มาดูแลเมีย แต่ตอนนี้เมียต้องดูแลเราขอบคุณนะที่ดูแลกันในวันที่ฉันไม่สบาย #พยาบาลกำลัง เอาออกซิเจนมาใสเพราะหายใจไม่ค่อยออก ขอบคุณทุกกำลังใจที่ทักมา โทรมาให้กำลังใจ ขอบคุณครับ”

“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยครับ ทุกสถานที่ ที่ตัวผมได้เดินทางไป ตัวผมยอมรับผิดจริงๆว่าประมาทและคิดน้อยไปหน่อย ทั้งๆที่อยู่ใกล้จอยที่เป็นผู้รับเชื้อแต่ไม่ได้กักตัว ยอมรับในสิ่งที่ได้ผิดพลาดไปครับ ตัวผมเองไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น ทั้งลูกผมและจอย ตัวผมเองก็เป็นห่วงมาก ไม่ได้ตั้งใจทำให้ใครเดือดร้อน ผิดที่ผมเอง ต้องขอโทษจริงๆครับ”

เเละล่าสุด “ภรรยาเก่ง ลายพราง” เผยอาการล่าสุด เชื้ออาจลงปอด ต้องอยู่ในความดูแลแพทย์ใกล้ชิด! โดย“ภรรยาเก่ง ลายพราง” ได้โพสต์ระบุข้อความว่า “อัพเดตอาการของพี่เก่งนะคะ ตอนนี้อยู่ในความดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิด อย่างที่พี่เก่งได้ออกมาพูด เชื้ออาจจะลงปอด แต่ยังไงต้องรอคุณหมอตรวจตอนเย็นอีกทีค่ะ เป็นห่วงมาก เดี๋ยวมีอะไรคืบหน้าจะมาอัพเดตเป็นระยะๆนะคะ ” ทั้งนี้หากอาการมีความคืบหน้าอย่างไร เราจะรีบนำเสนอข่าวให้ทราบทันที

หมอไล่คนไข้กลับบ้าน

วันที่ 1 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคลิปวีดีโอที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pakute Pukute บันทึกไว้ขณะที่เธอพาแม่เดินทางไปโรงพยาบาลเชียงดาว ซึ่งขณะที่ถ่ายคลิปนั้นมีหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินออกมาบอกว่าคนไหนๆ คนไข้อยู่ไหนเธอบอกนั่งอยู่ข้างนอกเดินได้ไหม เธอบอกว่าเดินได้ ก่อนที่หมอบอกว่าเป็นอะไร ผู้ถ่ายคลิปเลยบอกว่าแม่เป็นไข้ ก่อนที่หมอจะบอกว่า กลับบ้านไป

โดยที่ผู้ถ่ายคลิปบอกว่าคุณหมอจะไม่ตรวจอะไรเลยเหรอคะ ทำไมไล่กลับบ้านไปไม่วัดความดันไม่ตรวจอะไรเลยเหรอค่ะ ซึ่งหมอบอกว่า ตรวจให้ก็ได้แต่ถ้าไม่เป็นอะไรก็กลับบ้านไป ซึ่งไม่ใช่คนไข้ด่วนและมีการโต้เถียงกันสักพักก่อนที่หมอจะพูดน้ำเสียงไม่พอใจแล้วบอกว่าคนไข้ด่วนคือหายใจเร็ว เกือบตาย จะคลอดลูกมีแค่นี้ เข้าใจไหมอ่านป้ายออกไหม

ซึ่งคนบันทึกคลิปพยายามเถียงอ่านออกค่ะ เรียนหนังสือมา และบอกว่า แม่เธอป่วยเป็นไข้ปวดเนื้อปวดตัว อยากให้หมอตรวจหน่อยเพราะแม่เธอไม่ไหวแล้วจึงพากันมา เธอยังบอกอีกว่าถ้าไม่ป่วยหนักมาไม่ได้เหรอค่ะ ซึ่งหมอก็บอกว่าไม่ได้ซึ่งตอนนี้ที่เมืองนอกเขาไล่กลับบ้านหมด มีแต่เมืองไทยนั้นแหละที่รักษาฟรีแลัวยังตรวจให้ แต่ถ้าจะมาตรวจต้องมาตรวจในเวลาราชการเท่านั้น

ก่อนที่พยาบาลสวมชุดสีเหลืองจะพยายามมาไกล่เกลี่ยไม่ให้เหตุการณ์บานปลายเรียกให้แม่เธอไปวัดความดันถามอาการ ซึ่งหมอได้มาวัดชีพจรแล้วเดินถอยไป ก่อนที่พยาบาลชุดเหลืองจะถามอาการว่าคนไข้มีอาการตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งเธอก็บอกว่าตั้งแต่ตอนเย็น พยาบาลก็บอกว่าทำไมไม่มาตั้งแต่ตอนเย็น ก่อนจะแนะนำให้กินยาพารา ไปก่อนแล้วให้กลับบ้าน สร้างความไม่พอใจให้กับน้องชายของเธอเป็นอย่างมากซึ่งพี่สาวก็พยายามกันออกไปไม่ให้ไปทะเลาะกับหมอ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา ตี 1 ของวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา

หลังเธอได้มีการถ่ายคลิปลงในโซเชียลมีคนแชร์เป็นจำนวนมากและมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังเจ้าของคลิปและได้วีดีโอคอลพูดคุยกับ น.ส.จันทรา แสงจันทร์ อายุ 29 ปี ชาวบ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว เธอเล่าว่า นางอาเลมะ แสงจันทร์ อายุ 59 ปี แม่ของเธอนั้นไม่สบายตั้งแต่ตอนเย็นหลังจากที่ไปเก็บถั่วที่สวนมาบอกว่ามีอาการท้องเสียและหนาว เธอจึงเอายาให้แม่นอนแต่จนดึกอาการแม่ไม่ดีขึ้นจึงตัดสินใจเรียกน้องชายและพี่สาวขับรถลงดอยมาเวลาเที่ยงคืนมาถึงโรงพยาบาลเชียงดาวตอนตี 1 เดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงแต่ต้องมาเจอเหตุการ์ณแบบนี้

รู้สึกเสียใจเหมือถูกเลือกปฏิบัติเธอเข้าใจการทำงานของหมอแต่ไม่มีใครหรอกที่ต้องการจะมาโรงพยาบาล คนที่เข้ามาโรงพยาบาลดึกๆค่ำคืนนั้นเข้าต้องเจ็บป่วยจริงไม่ใช่มาเจอคำพูดแย่ๆและไม่เหลียวและแม่เธอไม่ได้รับการรักษาและไม่ได้ยา ต้องพากันเดินทางกลับบ้านไปกว่าจะถึงตีสามต้องรักษาอาการกันตามมีตามเกิดซึ่งแม่เธอก็ต้องนอนซม

กระทั่งรุ่งเช้าเธอจึงพาแม่เธอลงดอยมาหาหมอที่คลินิกในตัวอำเภอเชียงดาวอีกครั้ง จนทราบสาเหตุว่าแม่เธอป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบ ตอนนี้หลังหมอที่คลินิกจัดยาให้แม่ก็นอนพักผ่อนอาการดีขึ้นบ้างแล้วอย่างไรก็ตามคลิปที่เธอลงไปนั้นเพื่อต้องการเป็นอุทาหรณ์ไม่ต้องการให้หมอไปทำกริยาแบบนี้กับใครอีกและไม่ต้องการให้คนป่วยถูกหมอปฏิเสธการรักษาเช่นแม่ของเธอ

กดชมคลิป

คลิปขอบคุณ ข่าวสด

อ่วมคลัสเตอร์ห้างสรรพสินค้า ยอดผู้ติดพุ่ง 217 ราย

คลัสเตอร์ห้างสรรพสินค้ายอดผู้ติดเชื้อโควิดยังพุ่งไม่หยุด โดยเป็นสถานที่จำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและของแต่งบ้าน โกลบอลเฮ้าส์กาฬสินธุ์ ล่าสุดพบคนใกล้ชิดในครอบครัวพนักงานติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 47 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในจังหวัดกาฬสินธุ์พุ่งทะยาน 9,274ราย

โดย นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จากกรณีพบคลัสเตอร์โควิด-19 ในห้างสรรพสินค้าจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและของแต่งบ้าน โกลบอลเฮ้าส์กาฬสินธุ์ ซึ่งจากการตรวจคัดกรองและสอบสวนโรคของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทั้งพนักงานของห้างฯและกลุ่มบุคคลใกล้ชิดของพนักงานตั้งแต่ 25-29 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 170 ราย

และผลการตรวจเมื่อวันที่30 ตุลาคม 2564พบผู้ติดโควิด-19 จากคลัสเตอร์เพิ่มอีก 44 ราย และล่าสุดวันนี้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย ทั้งหมดเป็นบุคคลใกล้ชิดและญาติในครอบครัวของพนักงาน โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ และ อ.ยางตลาด ส่งผลให้มีผู้ป่วยติดเชื้อจากคลัสเตอร์แล้วรวม 217 ราย

ผัวเปิดใจ สงสัยอดีตเมียมีคนอื่น ทะเลาะ 99 ครั้งไม่เคยหย่า อยู่ๆทนไม่ไหวเฉย

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปชายรายหนึ่งกำลังใช้ค้อนทุบทำลายบ้านจนเสียหายหลายจุด โดยมีผู้หญิงยืนถ่ายคลิปพร้อมต่อว่าการกระทำของชายรายนี้ นอกจากนั้นยังคล้ายว่าชายรายนี้ได้ทำร้ายร่างกายผู้หญิง จนลูกสาวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดร้องไห้เสียงดังด้วยความตกใจก่อนที่ในช่วงท้ายจะมีตำรวจเข้ามาช่วยระงับเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ท่าข้าม เขตบางขุนเทียน

ขณะตัวภรรยา ได้เผยว่าชายรายนี้เป็นอดีตสามีของเธอ สาเหตุที่เลิกกันเนื่องจากฝ่ายชายชอบเที่ยวผู้หญิง รวมทั้งไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จนมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ขึ้นขั้นเดินแก้ผ้ากลางบ้านต่อหน้าลูกสาว วัย 9 ขวบ และ 17 ปี จึงตัดสินใจขอหย่า แต่อดีตสามียังไม่ยอมจบ พยายามง้อขอคืนดีหลายครั้ง

จนกระทั่งวันเกิดเหตุ อดีตสามีรู้ว่าตนจะกลับมาที่บ้านจึงตามมาจะพูดคุย แต่พอไม่ยอมคุยด้วยก็โมโมแล้วทำลายข้าวของตามที่ปรากฏในคลิป

ในส่วนของอดีตสามี ได้เปิดใจว่าฝ่ายอดีตภรรยาขอเลิกมาเป็นครั้งที่ 100 แล้วทำไมตลอดเวลา 99 ครั้งถึงทนอยู่เป็นผัวเมียกันได้ ส่วนเรื่องเจ้าชู้ อารมณ์รุนแรงมันเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย

เป็นเรื่องปกติตั้งแต่ตนเป็นนักเรียน พร้อมบอกว่าถ้าไม่เจ้าชู้คงจีบภรรยามาเป็นแฟนไม่ได้ตั้งแต่อายุ 15 ปีและตนไม่ใช่คนหน้าตาขี้เหร่ส่วนเรื่องที่อดีตภรรยาไปแจ้งความว่าตนทำร้ายร่างกายนั้น

ยืนยันไม่ได้ทำและไม่เคยเอาปืนออกมาขู่ เมื่อตนถามกลับเรื่องปืนกับอดีตภรรยาในตอนนั้นก็ตอบไม่ได้

จุดเดือดในวันเกิดเหตุคือต่างฝ่ายต่างจะเอาชนะกัน และอย่าลืมว่าตนอยู่กินกันมา 20 ปี รวมเวลาคบก็ 25 ปี อดีตสามีกล่าวต่อว่าสงสัยอดีตภรรยามีคนอื่นเพราะเห็นมีผู้ชายเดินตามมา

จึงบอกได้เต็มปากตอนนี้ว่าหมดรักแล้ว ในเรื่องบ้านตนสร้างทุ่มเทหมดไปเยอะเพื่อจะให้ครอบครัวอยู่ดี พร้อมท้าให้อดีตภรรยานำคลิปทั้งหมดออกมาเปิดเผยในนาทีที่ตนก้มกราบเท้าขอโอกาส ทั้งกับอดีตภรรยาและลูกสาวทั้งสองแต่ก็ไม่มีใครสนใจเลยแม้แต่น้อย