Home Blog

วอนช่วยเหลือเด็ก

เรียกได้ว่าเป็นคลิปที่ถูกส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก เมื่อหญิงรายหนึ่งทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม มีลักษณะการลากเด็กไปกับถนน และมีการทำร้ายอย่างหนัก และยังใช้ไม่ตี ทั้งที่มีคนมาห้ามกลับถูกหญิงรายนี้ทำร้ายไปด้วย เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม เฟสบุ๊ค ภูวเดช สอดสี ได้โพสต์ข้อความระบุว่า วอนท่านผู้ใหญ่ หมู่4 ตำบลหนองงูเหลือม เมืองนครปฐม เข้ามาดูเเลด้วยครับ สงสารเด็กครับ ถามทำไม่คนถ่ายคนยืนไม่ช่วย คนแก่ เด็ก และก็คนขาหักใส่เหล็กเพิ่งจะผ่าขา เอาเหล็กออกมาครับ

โพสต์ดังกล่าว

ภาพในคลิป

ภาพในคลิป

ภาพในคลิป

คนถ่ายคลิปพยามห้ามหญิงรายดังกล่าวไม่ให้ทำร้ายเด็ก แต่กลับถูกหญิงรายดังกล่าวใช้ไม้ตีอย่างแรงหลายครั้ง

ภาพในคลิป

ภาพในคลิป

ภาพในคลิป

เด็กพยามร้องขอความช่วยเหลือแต่คนถ่ายคลิปมีคนแก่ เด็ก แถมอีกคนก็พึ่งจะผ่าตัดมา >>>กดชมคลิป<<<

อย่างไรก็ดีทีมข่าวยังไม่ได้รับรายงานว่าหญิงรายดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับเด็ก หากมีความคืบหน้าทีมงานจะรีบอัพเดททันทีครับ

อาลัย หมอหนึ่ง

วันที่ 11 ก.ค. 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “รติรัตน์ รถทอง” ได้โพสต์อาลัยถึง นายพิเชษฐ์ สหกิจ หรือ หมอหนึ่ง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวนหลวง ว่า … ข้าว…ทราบข่าวนี้สักสองวันแล้ว แต่ยังไม่สามารถเขียนออกมาเป็นข่าวสารเพื่อสื่อให้คนเข้าใจสถานการณ์ได้ว่าสมุทรสาครมีอะไรที่มากกว่าความเงียบงัน…ของคนสมุทรสาคร

หมอหนึ่ง นายพิเชษฐ์ สหกิจ หมออนามัย รพสต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เวลาปะทะคนไข้แรก ๆ จะเป็นหมอโรงพยาบาลชุมชนตำบลเหล่านี้ พวกเขาและเธอต่างต้องรับมือคนเจ็บคนป่วยที่เข้ามารักษาใน รพ.ด่านแรกที่เจอโควิด…ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราเข้าใจผิดว่าเรามีด่านแรกที่เข้มแข็ง มี อสม. มีทุกอย่างดูแลโรคระบาดได้ในครั้งแรกๆ แต่ลืมไปว่า หมอหรือเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็พลาดและหมดแรงได้พอมาระลอก 3 มาเต็ม ๆ เราถึงมีข่าวว่าหมอ พยาบาล จนท.ติดกันเยอะ…ทุกคนกล้ำกลืน…แบบให้งานมาแต่ไม่ได้ติดอาวุธป้องกันให้พวกเขาทัพหน้าของไทย

หมอหนุ่ม ๆ หมอสาว ๆ ด่านหน้าเหล่านี้…หลายคนอายุน้อย โสดเป็นอนาคตของประเทศ อย่างหมอหนึ่ง ที่เป็นความหวังของครอบครัว. เป็นความภูมิใจของคนรอบข้างในสังคมได้พึ่งพา ดูแลคนไข้มากมากมาย เป็นเพื่อนเป็นน้องของคนที่รักเขา เขาก็รักคนเหล่านั้น ขนาดน้องได้รับการฉีดซิโนแวคแล้วสองเข็มด้วยซ้ำแต่ป้องกันอะไรได้บ้างมั้ย ไม่เลย บางคนบอกข้าวว่าเหมือนฉีดน้ำเปล่ากันตาย ที่ข้าวโมโหคือเพราะที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราเป็นหมอยังออกมาเชียร์ หลายคนบอกว่าดีที่สุดของคนไทยสมควรได้รับการฉีด…ลองมาเป็นพวกเขาบ้างซิแล้วตายบ้างซิ

เสียดายอนาคตหมอหนึ่งในอนาคตเราอาจมี ผอ.รพ.สต.ที่ดีๆ หรือเปล่า?…สังคมไทยเรากว่าจะสร้างคนดีคนเก่งมาทำงานยากเย็นขนาดไหนใครรู้ ตอนแรกข้าวว่าจะไม่เขียนแบบนี้…เพราะข้าวไม่รู้จักน้อง แต่เห็นน้องจบมหาลัยเดียวกันก็อดไม่ได้…

เพราะยังไงคงไม่ใช่รายเดียวที่ถูกลืม ขนาดเผาศพญาติพ่อแม่พี่น้องยังไปเปิดดูหน้าก่อนตายไม่ได้เลยจะมีอีกสักกี่คนคะที่ต้องสูญเสียอีก จะตายคาบ้านอีกกี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นคน…ตอนปีที่แล้วข้าวยังคิดว่า ประเทศอื่น ๆ อย่างอเมริกา อังกฤษ ยุโรปเขาโชคร้ายนะศพกองเป็นหมื่นฝั่งรวมกัน น่าสงสารนะแต่เปล่าเลย เราคนไทยนี่ต่างหากที่ลำบากลำบนมากว่าเขามากมายหลายร้อยเท่าเพราะว่าผู้หลักผู้ใหญ่เราอยู่บนปราสาทหอคอยงาช้าง

สองวันก่อนอ่านข่าว เป็ด เชิญยิ้ม ว่าพ่อแม่เขาตายหมดทั้งคู่ แม่ตายมิถุนายน พ่อตายต้นกรกฏาคมนี้เองเป็ดร้องไห้ยังกับเด็ก ๆ ใครจะดูแลพวกเราประชาชนคนไทยที่เดือดร้อนและคาดว่าจะเจ็บกันไปอีกนาน…เจ็บและไม่จบ อาจรอวัคซีนกว่าจะได้ครบเมื่อไหร่ เราอยากเดินภายใต้ดวงอาทิตย์แบบไม่ใส่แมสก์บ้าง นี่สองปีแล้ว เป็นปี ๆ แล้วที่ออกไปกินข้าวนอกบ้านไม่ได้..เหนื่อยนะช่วยตื่นจากฝันที่วาดไว้บ้าง มองสถานะความเป็นจริงของเราบ้าง ? พี่ครูข้าวในสถานะคนสมุทรสาครเหมือนกันและเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน

แม้เราจะอยู่คนละคณะคนวงการการทำงานพี่ข้าวที่น่าจะแก่กว่ามาก ๆ คนนี้ก็ขอให้หมอหนึ่งสู่ภพภูมิที่ดีและสุขคติเถิดน้อง… ปล.เครดิตภาพจากเฟซบุ๊กของหมอหนึ่ง ขอบคุณที่อ่านค่ะ ร่วมอาลัยกันนะคะ…ข้าวเป็นนักเขียนอยากให้ทุกคนตระหนักรู้ความน่ากลัวของโควิด 19 ดูแลตัวเองด้วยทุกคน

ขอบคุณ mgronline

หลวงปู่เดือนชัย หลังหายไปนาน

หลายคงยังคงจำกันได้สำหรับหลวงปู่เดือนชัย แม้ว่าช่วงนี้จะไม่ค่อยมีข่าว แต่ลูกศิษย์ก็ยังคงเดินทางไปกราบไหว้ไม่ขาด สำหรับหลวงปู่เดือนชัย เดินทางไปไหนต่างก็มีลูกศิษย์ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะมีกิจนิมนต์ในงานพิธีสำคัญต่างๆ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม มีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์ภาพของหลวงปู่เดือนชัย แม้ว่าไม่มีคำบรรยายใดๆเชื่อว่าทุกคนต้องรู้แน่นอนว่าคืออะไร

หลวงปู่เดือนชัย

โดยหลายคนโฟกัสที่แม่กุญแจ ที่มีตัวเลข 065 และ 26

อย่างไรก็ตามเป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ขอบคุณเจ้าของภาพ

จิตดี เล่าเสียงสั่น นาทีแตกหักไม่อ่านข่าวแล้ว หลังเครียดสะสม

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผู้ประกาศข่าวขวัญใจใครหลายคน สำหรับ จิตดี ศรีดี ที่เมื่อไม่นานนี้ออกมาเปิดใจถึงชีวิตรักรวมไปถึงการทำงานคู่กับ พุทธ พุทธอภิวรรณ ผู้ประกาศข่าวชายที่เป็นคู่ขวัญของเธอผ่านทางรายการคลับฟรายเดย์โชว์ Club Friday Show โดยเธอเล่าว่า…

เคยร้องไห้หลังจัดรายการ เพราะว่ามันเครียดมากเลยกับการจัดทุบโต๊ะข่าว เพราะว่าพี่เขาพอจบรายการปั้ง มันไม่ได้จบแยกย้ายกลับบ้าน มานั่งประชุมประชุมกันยาวๆๆๆ ประชุมแล้วก็เครียด เครียดกดดันงานผิด

ทำไมไม่อย่างนั้นอย่างนี้ ทุกอย่างกลายเป็นความเครียด ร้องไห้ทุกวันเลยเหรอ จิตดี ยอมรับมันเกือบทุกวันค่ะมีอยู่ครั้งหนึ่งเข้าไปในทีมใหม่ๆ งงโดนด่าว่าเล่าข่าวไม่ทัน โดนดุแล้วน้ำตาตกน้ำตาคลอ ลุกจากที่ประชุมไปร้องไห้ในห้องน้ำ แรกๆที่เป็นลูกน้องพี่เขา นั่งร้องไห้เสียใจว่าดุขนาดนี้ จำไม่ได้ว่าผิดอะไร สักพักได้ยินเสียง เพราะห้องน้ำหญิงกับบันไดใกล้กัน ไอ้เจี๊ยบมันไปไหนว่ะ ไม่เห็นมันประชุมยังมาถามหาอีก เมื่อกี้ก็ดุ ก็เก็บสิ่งที่เขาคิดมาปรับปรุงตัวเอง

เคยมีน้ำตาคลอออกอากาศด้วย จิตดี ยอมรับว่าใช่ มีช่วงที่แข่งขันสูง ทีวีดิจิตอล ต้องทำการบ้านเยอะมีเหนื่อยล้า หละหลวม ประเด็นข่าวพี่เขาต้องเป๊ะๆ ต้องแม่นช่วยพี่เขารับลูก พอไม่ทันใจหรือผิดเราโดนทุกวัน โดนด่าทุกวันกดดันเครียด ระหว่างเล่าเขาก็ฟึดฟัด เขาต้องเป๊ะ มีเหวี่ยงใส่เรา มันเล่าต่อไม่ได้มันเสียใจมันจุกอก ความเครียดที่สะสมมาอยู่แล้ว ถึงจุดหนึ่ง เราคงไม่อยู่แล้วไม่เอาแล้วงานนี้ลาออก เขาส่งให้หนูพูด หนูไม่พูด น้ำตาหนูก็ไหล เขาก็หันมาเห็น เขาดุตอนช่วงอินเสิร์ตเสียงแหล่งข่าวเรื่องอะไรจำไม่ได้ เราก็เสียใจร้องไห้ เขาหันมาเห็นน้ำตาเรายังดุบอกจะจัดไหมรายการ พี่เขาก็เล่าคนเดียวจนจบเบรกนั้น

หนูก็น้ำตาไหลไม่หยุด พอพักเบรกจะเอายังไง หนูบอกจะลาออก เขาก็เออ เงียบกันทั้งคู่ น้ำตาไหล ไปเข้าอีก 2 เบรก ร้องไห้ไป 2 เบรกไม่ได้เล่าข่าวเลย ร้องไห้อย่างเดียว หายใจแบบเงียบสิจะได้ต่อข่าวพี่เขาเงียบสิ ทำให้มันจบสิแต่พูดไม่ได้ จนเหลือเบรกสุดท้าย พี่เขาก็ไม่พูดกับเรา คิดว่าคงจบกันแค่นั้น อย่างน้อยฉันต้องพูดปิดท้ายรายการ ฉันต้องลาคุณผู้ชม พี่เขาก็เล่าๆข่าว จนจบเราก็พูดทั้งที่ยังสะอื้น แล้วก็สวัสดีจบ พี่เขาก็ลุกไป

น้องๆก็มากอดพี่เจี๊ยบใจเย็นๆ เราก็บอกเราคงไม่เหมาะแล้วงานนี้ พอออกไปเจอเขาในห้องแต่งตัวนั่งรอ น้ำเสียงอีกเสียงเลยอ่อนโยน ถามเป็นอะไร เจี๊ยบไม่อยู่แล้วพี่ เคลียร์ใจกันประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง กลับกลายว่าเจี๊ยบเข้าใจพี่เขา ว่าพี่เขาเจออะไรมาบ้าง การแบกรายการหนึ่งมันเหนื่อย เขาเพิ่งรับตำแหน่ง ผอ. ความรับผิดชอบเขาเยอะมาก ทำให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เราเจอมันนิดเดียว พี่เขาก็ขอโทษ พอเราเข้าใจเอออีกสักตั้ง อีกใจก็ออกมาเถอะ วันรุ่งขึ้นสะพายกระเป๋ามาทำงานปกติ

ทายาทโรงสีข้าวเจียเม้ง

วันที่ 10 ก.ค. 2564 เรียกได้ว่าเป็นข่าวเศร้าของครอบครัวนายถวัลย์ และนางประพิศ มานะธัญญา เจ้าของบริษัท เจียเม้ง จำกัด สถานประกอบกิจการโรงสีข้าวขนาดใหญ่ ที่สูญเสียลูกชายคือ นายโอฬาร มานะธัญญา อายุ 39 ปี ไปด้วยโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา โดย นายโอฬารทราบผลว่าติดโควิดเมื่อช่วงกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งเชื้อได้ลามไปติดที่ไตและกระเพาะปัสสาวะ ต้องฟอกไตแบบต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะปอดอักเสบรุนแรงจึงทำให้เสียชีวิตดังกล่าว ขณะที่ภรรยาและลูกชาย 2 คนติดเชื้อด้วย แต่นายถวัลย์และนางประพิศ ผู้เป็นพ่อและแม่ผลตรวจออกมาเป็นลบ

ทั้งนี้ครอบครัวและญาติได้กำหนดพิธีประชุมเพลิงที่วัดเสมียนนารี หลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันนี้(10 ก.ค.64) จากนั้นจะนำอัฐิกลับมาบ้านเกิดที่โคราชเพื่อทำบุญสวดอภิธรรมอัฐิที่วัดโนนหมัน ต.หนองงูเหลือม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 11 – 13 ก.ค.64 นี้

สำหรับ บริษัท เจียเม้ง จำกัด นั้นเป็นสถานประกอบกิจการโรงสีข้าวขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใน ต.หนองงูเหลือม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา มีกำลังการผลิตข้าวคุณภาพแบรนด์ที่พวกเราคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี อาทิ ตราหงษ์ทอง ตราคิวไรซ์ และตรานกกระเรียน โดยผลิตได้วันละ 1,200 ตัน เพื่อส่งออกทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งมีไซโลเก็บข้าวสารได้ถึง 1 แสนตัน

ทีมงานขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างสุดซึ้งครับ

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล เปิดบ้าน

เรียกได้ว่าหลายๆคนก็ส่งกำลังใจให้กันอย่างล้นหลาม สำหรับคุณ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ที่ล่าสุดส่งตัวเข้าห้องไอซียู่ด่วน วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักคุณณวัฒน์กันครับ ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกคนนึงที่เคยลำบากมาก่อนจะมีทุกวันนี้ ซึ่งในวันนี้ก็จะพาไปชมบ้านของคุณณวัฒน์ที่ตกแต่งสไตล์ เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านมีมูลค่าหลายแสนบาท ส่วนเสาบ้านเป็นเสาโรมัน และบ้านหลังนี้สร้างบนพื้นที่หลายไร่ เรียกว่าเป็นคฤหัสถ์ก็ได้

คุณณวัฒน์เล่าว่า บ้านไม่ได้หรูหรา มันเป็นเรื่องปกติ เคยมีความฝัน เพราะตั้งแต่เด็กเป็นเด็กย ากจน เวลาเห็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ก็อยากได้ คิดว่าสักวันจะต้องทำให้ได้ ทำเพื่อท้าตัวเองว่าจะทำได้หรือไม่ได้ และบ้านหลังนี้ตั้งใจทำให้คุณพ่อคุณแม่ แต่ว่าตอนนี้ท่านก็ไม่อยู่แล้ว ก็เหลือแต่ตัวเอง อยู่บ้านหลังใหญ่คนเดียวแต่ไม่เหงา

ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความสุขชีวิตมากกว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามคุณธวัชมีชื่อเสียงมากมายในวงการบันเทิง โดยเฉพาะวงการนางแบบก็ต้องนึกถึง คุณณวัฒน์ เป็นคนแรก และทุกวันนี้ก็ยังคงคลุกคลีกับวงการนางงามอยู่

บ้านหลังใหญ่มาก สวยน่าอยู่

คลิป

ขอบคุณ ภาพและคลิปจาก BornTvOfficial

พยาบาลสละร่างกายเพื่อดูแลผู้ป่วย CV-19 สุดท้ายติดเชื้อจากคนไข้ ไม่ถึงอาทิตย์ ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว

วันที่ 10 กรกฎาคม 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความหลังพยาบาลที่เป็นลูกพี่ลูกน้องตนเองนั้น เสียชัวิตหลังจากโควิด หลังฉีด sinovac ครบ 2 เข็ม โดยได้โพสต์ข้อความว่า

ถึง โดนัท น้องสาวคนเดียวของพี่

แม้เราจะเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องกัน แต่โดนัทคือน้องสาวคนเดียวของพี่เสมอมา พี่เป็นคนแสดงความรู้สึกไม่เก่ง แต่พี่รักและเป็นห่วงน้องเสมอนะ โดนัทน้องของเราเป็นพยาบาล cohort ward อายุ 30 ปี สุขภาพแข็งแรงดี ติดเชื้อจากการทำงาน น้องดูแลผู้ป่วยโควิดอย่างขยันขันแข็ง น้องได้รับวัคซีน sinovac ครบ 2 โดสแล้ว วัคซีนที่ผู้ใหญ่ในกระทรวงบอกว่าสามารถลดความรุนแรงของโรค ลดการตายได้ วันนี้น้องเราเสียแล้ว แค่เพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น มันอดคิดไม่ได้จริงๆว่าถ้านัทได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีกว่านี้ เราคงจะไม่เสียน้องไป พอเหอะ พอกันที ต้องให้พวกเราตายกันอีกเท่าไหร่พวกท่านถึงจะพอใจ ทำอะไรได้นอกจากสาปแช่ง ชีวิตของผู้หญิงคนนึงที่กำลังจะมีอนาคตที่ดี ต้องมาเสียไปให้กับพวกคนเห็นแก่ตัว #ชีวิตคนมันไม่มีค่าสำหรับพวกคุณเลยเหรอคะ #วัคซีนโควิด19 #บุคลากรทางการแพทย์ #บุคลากรด่านหน้า

โพสต์ดังกล่าว

โดยโพสต์ต่อมายังระบุข้อความว่า

เรารักน้องเรา จึงโพสถึงน้องเรา ครอบครัวเรากำลังเสียใจมากและตัวเราเองก็พึ่งหยุดร้องไห้ ขอความกรุณาอย่าส่ง friend request ใดๆ เพราะไม่รับ และไม่ต้องถามข้อมูลอะไรทั้งนั้น เพราะเราไม่ตอบ เราเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้อง

ขอบคุณ Siwakorn Rattanakuntee

สาวโพสต์พยาบาลเสียชีวิตหลังจากติด CV-19 ทนไม่ไหว ฉีด sinovac ครบ2เข็ม แต่กลับไม่รอด

วันที่ 10 กรกฎาคา 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความหลังพยาบาลที่เป็นลูกพี่ลูกน้องตนเองนั้น เสียชัวิตหลังจากโควิด หลังฉีด sinovac ครบ 2 เข็ม โดยได้โพสต์ข้อความว่า

ถึง โดนัท น้องสาวคนเดียวของพี่

แม้เราจะเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องกัน แต่โดนัทคือน้องสาวคนเดียวของพี่เสมอมา พี่เป็นคนแสดงความรู้สึกไม่เก่ง แต่พี่รักและเป็นห่วงน้องเสมอนะ โดนัทน้องของเราเป็นพยาบาล cohort ward อายุ 30 ปี สุขภาพแข็งแรงดี ติดเชื้อจากการทำงาน น้องดูแลผู้ป่วยโควิดอย่างขยันขันแข็ง น้องได้รับวัคซีน sinovac ครบ 2 โดสแล้ว วัคซีนที่ผู้ใหญ่ในกระทรวงบอกว่าสามารถลดความรุนแรงของโรค ลดการตายได้ วันนี้น้องเราเสียแล้ว แค่เพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น มันอดคิดไม่ได้จริงๆว่าถ้านัทได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีกว่านี้ เราคงจะไม่เสียน้องไป พอเหอะ พอกันที ต้องให้พวกเราตายกันอีกเท่าไหร่พวกท่านถึงจะพอใจ ทำอะไรได้นอกจากสาปแช่ง ชีวิตของผู้หญิงคนนึงที่กำลังจะมีอนาคตที่ดี ต้องมาเสียไปให้กับพวกคนเห็นแก่ตัว #ชีวิตคนมันไม่มีค่าสำหรับพวกคุณเลยเหรอคะ #วัคซีนโควิด19 #บุคลากรทางการแพทย์ #บุคลากรด่านหน้า

โพสต์ดังกล่าว

โดยโพสต์ต่อมายังระบุข้อความว่า

เรารักน้องเรา จึงโพสถึงน้องเรา ครอบครัวเรากำลังเสียใจมากและตัวเราเองก็พึ่งหยุดร้องไห้ ขอความกรุณาอย่าส่ง friend request ใดๆ เพราะไม่รับ และไม่ต้องถามข้อมูลอะไรทั้งนั้น เพราะเราไม่ตอบ เราเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้อง

ความคิดเห็นชาวโซเชียล

หมายเหตุ ภาพที่แสดงบนหน้าปกไม่ใช่ภาพผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด แต่เป็นภาพผู้ที่สูญเสียที่ออกมาโพสต์เหตุการณ์

ขอบคุณ Siwakorn Rattanakuntee

ต้านไม่ไหวแล้ว ไทยติดอันดับ 8 ของโลก สถานการณ์โควิด

เนื่องด้วยสถานการณ์ตอนนี้มียอดผู้ป่วย เพิ่มสูงมากขึ้น โดยวันที่ 10 กรกฏาคม 25464ศูนย์บริหารสถานการณ์การ CV-19 (ศบค.) ได้เผยตัวเลขยอดผู้ป่วย รายใหม่ในประเทศไทยวันนี้ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ สูงขึ้นถึง 9,326 ราย และยอดการเสียชีวิตรายใหม่ในไทยนั้นสูงถึง 91 ราย

ข้อมูลจาก ไทยรู้สู้โควิด

ขณะที่ทางเฟซบุ๊กของสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าวพิธีการข่าวชื่อดังได้แชร์ข้อมูลจากเว็บไซต์ worldometers.info อ้างอิงสถิติโลก เผยข้อมูลเผยข้อมูลที่น่าเป็นกังวล เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้ที่มียอดผู้ป่ ว ยเพิ่มสูงขึ้น ของประเทศไทย ล่าสุดนั้นพุ่งขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 8 ของโลกโดยมีจำนวน 2,685 ราย แซงหน้าประเทศชิลีไปแล้ว

ขณะที่ยอดรวมขณะนี้ ประเทศไทยมีผู้ติด CV-19 สะสมทั้งหมด 336,158 ราย และมีผู้เสียชี วิต แล้วถึง 2,716 ราย

ข้อมูลจากเว็บไซต์ worldometers.info

จดหมายทั้งน้ำตา เขียนในฐานะพ่อถึงนายก ล็อกดาวน์แล้วช่วยหยุดหนี้ด้วย

เพจดัง ปะป๊าช่างเลือก โพสต์จดหมายทั้งน้ำตาเขียนในฐานะพ่อ หวังว่าเสียงคงดังพอถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล็อกดาวน์แล้วช่วยกรุณาหยุดหนี้ให้ด้วย

จากกรณีที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่มติให้ล็อกดาวน์เป็นเวลา 14 วัน พร้อมห็นชอบให้ขยายเวลาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 2 เดือน ถึง 30 ก.ย.2564

จดหมายทั้งน้ำตา
เรียน : ท่านนายกรัฐมนตรี

วันนี้…ให้ศบค. มีมติล็อกดาวน์ 14 วัน นายกฯประกาศไม่รับเงินเดือน 3 เดือน สกัดการเดินทาง 10 ก.ค. เป็นต้นไป

ผมในฐานะพ่อที่มีลูกชายรับทราบดีว่า ตอนนี้โรคโควิทระบาดหนัก และ พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่ขอให้ท่านพิจารณาเรื่อง “ขอให้ธนาคารช่วยการหยุดหนี้ด้วย”

ผมไม่ขออะไรมาก…แค่หยุดหนี้และดอกเบี้ยสัก 1 เดือน จะเป็นการแบ่งเบาและแก้ปัญหาของประชาชน ที่เดือดร้อนตอนที่ล็อกดาว์นได้เป็นอย่างดี

ผมเป็นพ่อคน…มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ไหนจะค่าเทอม, อาหารการกิน , ค่าน้ำไฟและอื่นๆอีกมากมาย

ท่านสั่งปิด…แล้วผมจะหาเงินจากไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านครับ!!! อย่าบอกว่าให้ใช้เงินเก็บ หรือ ปรับตัวนะ เพราะที่กล่าวมาเกือบ 2 ปี ใช้ไปหมดแล้ววว

ท่านเองก็มีลูก..หวังว่าท่านคงเข้าใจหัวอกพ่อ ที่ทำเพื่อลูกเหมือนกัน
“หวังว่าเสียงหัวใจของคนเป็นพ่อแบบผม…คงดังพอที่จะทำให้เด็กอีกหลายๆคน ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้นะครับ”

#ปะป๊าช่างเลือก

#เขียนไปน้ำตาก็ไหลไป

09/07/64
22.30

ขอบคุณนะครับ….สำหรับกำลังใจที่มอบให้และ ขออนุญาตส่งต่อให้กับทุกท่าน ที่กำลังเจอปัญหาด้านหนี้สินเหมือนกัน “หยุดเชื้อเพื่อชาติ…กรุณาหยุดหนี้และดอกให้กรูด้วย!!”

โดยรายการล็อกดาวน์ครั้งนี้ยังเห็นชอบคุมเข้มใน 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา อาทิ ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถาน ตั้งแต่เวลา 21.00 -04.00 น.เป็น ระยะเวลา 14 วัน ให้ทุกกิจการปิดดำเนินการ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ในเวลา 20.00 น.

งดระบบรถขนส่งสาธารณะ ตั้งแต่ 21.30-04.00 น. จำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด ยกเว้นการขนส่งสินค้าหรือมีเหตุจำเป็น กรณีต้องเดินทางไปทำงาน ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม การไปโรงพยาบาล ขอความร่วมมือ WFH 100% รวมถึงห้ามรวมตัวเกิน 5 คน

ขอบคุณ ปะป๊าช่างเลือก