Home Blog Page 166

สุดหดหู่ ด.ญ.อายุ 11ปี ถูกปู่แท้ๆ ข่มขืนท้องนอกมดลูกดับ

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 64 จนท.อาสากู้ภัยอโสกสมเด็จ และตำรวจ สภ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งเหตุมี ด.ญ.อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 เสียชีวิตภายในบ้านพักเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา หลังมีอาการเจ็บป่วยมาตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย. 63

โดยผู้เป็นแม่ระบุว่า อาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของลูกสาวครั้งนี้มีสาเหตุมาจากถูกปู่แท้ๆของเด็กข่มขืน จนตั้งครรภ์นอกมดลูกและได้รับความบอบช้ำทางร่างกายและจิตใจ มีอาการแพ้ และอาเจียนพาไปรักษากับหมอคลินิกและโรงพยาบาลหลายครั้ง แต่อาการไม่ดีขึ้น ก่อนที่จะอาการจะทรุดหนักและชีวิตดังกล่าว ซึ่งจนท.ตำรวจ สภ.สหัสขันธ์ และหน่วยกู้ภัยอโศกสมเด็จได้นำร่างของเด็กหญิงบีส่งไปผ่าเพื่อพิสูจน์ศพอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น

แม่ของด.ญ. เล่าว่า เริ่มเห็นความผิดปกติของลูกสาวมาตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 63 โดยเห็นน้องมีอาการซึมเศร้าและบ่นว่าเจ็บอวัยวะเพศ จึงพยายามสอบถาม จนทราบว่าถูกปู่แท้ๆ วัย 66 ปีข่มขืน โดยลงมือข่มขืน 2ครั้ง เมื่อวันที่ 14 และ 15 พฤศจิกายน 63 ขณะที่ไปเล่นบ้านปู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ปกติวันไหนที่ลูกสาวไม่ได้ไปโรงเรียนก็จะไปเล่นที่บ้านปู่บ้านย่าเป็นประจำ แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นแบบนี้กับลูกสาว

ทั้งนี้ หลังจากทราบเรื่องได้พาลูกไปตรวจร่างกายที่รพ. พบว่าอวัยวะเพศมีรอยฉีกขาด จึงได้พาไปแจ้งความที่สภ.สหัสขันธ์ และให้ปากคำกับตำรวจที่สำนักงานอัยการจังหวัดแล้ว แต่ถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุ

กระทั่งอาการของลูกสาวเริ่มทรุดหนักเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 63 ซึ่งแพทย์ระบุว่า ลูกสาวได้ตั้งครรภ์นอกมดลูกแต่เนื่องจากยังเด็ก อายุยังน้อย จึงเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง คลื่นไส้ และอาเจียนตลอดเวลา กระทั่ง เสียชีวิตเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา จึงอยากเรียกร้องจนท.ตำรวจตามจับตัวผู้ก่อเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อให้ความเป็นธรรมกับลูกสาวของตนที่เสียเสียชีวิตในครั้งนี้ด้วย

ขอบคุณ ข่าวช่องวัน

ไม่ได้ซื่ออย่างที่คิด ลุงพลเปลี่ยนไปหนักมาก

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.64 ทีมข่าว รายงานว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ลงพื้นที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เพื่อพูดคุยกับพ่อเเม่ของน้องชมพู่ในเรื่องความคืบหน้าทางคดี พร้อมให้กำลังใจ

โดยนายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า 8 เดือนที่ผ่ามา คดีมีความคืบหน้าไปมาก ขณะนี้ตำรวจมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะเชื่อมโยงไปถึงคนทำน้องชมพู่ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ในอดีตตนเคยลงพื้นที่อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เพื่อหาหลักฐานคดีครูจอมทรัพย์ จึงทำให้คุ้นชินพื้นที่ เเละมีพรรคพวกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นคดีน้องชมพู่ตนจึงทราบความเคลื่อนไหวมาโดยตลอด

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ด้านเเม่น้องชมพู่ กล่าวสั้น ๆ ว่า วันนี้ยินดีต้อนรับเเขกที่มาบ้าน คือ คุณอัจฉริยะ ที่มาในวันนี้ ส่วนข้อมูลที่นำมาเเจ้ง ตนก็มีความหวังในเรื่องคดีอยู่ตลอดเวลาอยู่เเล้ว พร้อมระบุยังเชื่อมั่นในการทำงานตำรวจชุดสืบสวน ว่าจะสามารถเอาผิดกับคนทำกับลูกสาวตนเองได้ ทีมข่าว พร้อมกับสื่อหลักช่องอื่น ๆ ได้ขึ้นไปที่สำนักสงฆ์ภูหลวง เพื่อขอสัมภาษณ์ลุงพล ในประเด็นที่วันนี้นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเดินทางลงมาในพื้นที่บ้านกกกอก เพื่อพูดคุยเรื่องความคืบหน้าทางคดีกับพ่อเเม่น้องชมพู่

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

โดยทันทีที่ทีมข่าวไปถึง ได้มีกลุ่มยูทูเบอร์ที่มาตามติดชีวิตลุงพล มากกว่า 10 ช่อง พากันออกมาขัดขวางเเละบอกว่าไม่ให้สื่อหลักเข้าถึงตัวลุงพลได้ โดยระบุว่าลุงพลของดให้สัมภาษณ์สื่อเป็นเวลา 2 เดือน หากมีประเด็นอะไรจะชี้เเจงผ่านช่องยูทูเบอร์เท่านั้น

แต่บรรดาสื่อหลักพยายามสอบถามเรื่องนี้จากปากของลุงพล โดยขอให้ลุงพลชี้เเจงด้วยตัวเอง ถึงสาเหตุที่ประกาศงดให้สัมภาษณ์สื่อ ซึ่งลุงพลก็ตอบสั้น ๆ ว่า ได้ครับ เเต่จังหวะนั้นได้มียูทูเบอร์คนหนึ่งเกิดความไม่พอใจ เข้ามาขัดขวาง พร้อมระบุว่าจะเอาผิดกลุ่มสื่อหลัก ฐานบุกรุก ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามชี้เเจงกลับไปว่าสถานที่ตรงนี้คือศาลาวัดภูหลวง ถือเป็นพื้นที่สาธารณะ ประชาชนสามารถเข้ามาในพื้นที่วัดได้โดยไม่มีข้อยกเว้น จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้นเล็กน้อย

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ขณะที่ลุงพลก็ยังคงนั่งนิ่ง ลักษณะคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง ผู้สื่อข่าวก็พยายามถามเพื่อให้ได้คำตอบ จะได้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เเต่ลุงพลไม่พูดอะไร เเละพยามพูดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคำถาม ในลักษณะเมินไม่สนใจสื่อ เเล้วยูทูเบอร์คนดังกล่าว ก็พยายามพูดเเทรกออกตัวเเทน เเละพยายามนำตัวลุงพลหนีสื่อ ส่วนยูทูเบอร์รายอื่น ๆ ก็พยายามไลฟ์สดเหตุการณ์ ณ ขณะนั้นด้วย

ต่อมาทีมข่าวมาทราบภายหลัง ถึงสาเหตุที่ลุงพลประกาศ ก ร้าวไม่ให้สัมภาษณ์สื่อหลัก มีรายงานว่ามาจาก 2 สาเหตุ คือ กรณีกำลังถูกโซเชียลฯ ดราม่าเงินบริจาคเทพื้นศาลาสำนักสงฆ์ภูหลวง ที่ได้มากว่า 800,000 บาท เเต่ไม่ได้นำเงินส่วนนี้ไปให้หัวหน้าสำนักสงฆ์วัดจัดการ โดยลุงพลขอเป็นผู้บริหารจัดการเงินจำนวนนี้เอง โซเชียลฯ จึงตั้งข้อสงสัยว่า เงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์ จะมีการใช้จ่ายอย่างโปร่งใสหรือไม่

อีกประเด็นคือการเปิดรับบริจาคสร้างรูปปั้นพญานาค ซึ่งได้เงินมากว่า 1,300,000 บาท ดังนั้นลุงพลจึงอยากดำเนินการทั้ง 2 ส่วนให้เเล้วเสร็จก่อน จึงจะกลับมาให้สัมภาษณ์สื่อกระแสหลัก กรณียูทูเบอร์จำนวนมาก ได้เกาะติดไลฟ์สดชีวิตลุงพล เเละมีการปักหลักสร้างกระท่อมอยู่ในสวนยางพารา จนเรียกว่า หมู่บ้านยูทูเบอร์ เพื่อสะดวกต่อการติดตามบรรยากาศบ้านลุงพลตลอด 24 ชม.

ทีมข่าว ได้พูดคุยกับน.ส.ภัทรนาฎ เชื้อคมตา หรือ พอลลี่ เจ้าของที่ดินสวนยางพารา ที่เหล่ายูทูเบอร์เช่าอาศัยอยู่ เปิดเผยว่า หมู่บ้านยูทูเบอร์เกิดจากเรื่องบังเอิญ โดยเริ่มสร้างกระท่อมหลังเเรกอยู่ในสวนยาง เพื่อจะใช้นอนกับสามี เเต่ช่วงนั้นมียูทูเบอร์เป็นจำนวนมากมาทำคลิปลุงพล เเล้วในพื้นที่ไม่มีรีสอร์ตให้เช่าเลย ซึ่งรีสอร์ตที่ใกล้ที่สุด คือ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ห่างจากกกกอก 30 กม. ทำให้ยูทูเบอร์บางคนไม่สะดวกในการเดินทางบ่อย ๆ จึงขอเช่านอน

จากนั้นก็มียูทูเบอร์อีกหลายรายมาสอบถาม ตนกับสามีจึงตัดสินใจสร้างกระท่อมจำนวน 10 หลัง โดยใช้งบสร้างหลังละ 7,000-8,000 บาท คิดค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท ส่วนจุดกางเต็นท์คิดค่าเช่าเดือนละ 1,500 บาท ซึ่งปัจจุบันมียูทูเบอร์มากางเต็นท์นอน 7 หลัง โดยต่อไฟฟ้าให้ใช้ด้วย

ต่อมาเมื่อมีคนมาอยู่มากขึ้น ตนก็ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง ทั้งเจาะน้ำบาดาล วางระบบประปา นอกจากนี้ยังลงทุน 50,000 บาท ซื้อเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ จำนวน 3 เครื่อง มาติดตั้งจึงมีรายได้จากค่าซักผ้า ได้เดือนละ 3,000 บาท

น.ส.ภัทรนาฎ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนมีเเผนจะสร้างเพิ่มอีก 10 หลัง สำหรับให้เช่ารายวัน โดยจะคิดค่าบริการวันละ 300-350 บาท ซึ่งตอนนี้เริ่มก่อสร้างบางส่วนเเล้ว สวนยางพาราดังกล่าว ตั้งอยู่บนที่ดิน 11 ไร่ ซึ่งปัจจุบันหลังจากที่เเปรสภาพเป็นหมู่บ้านยูทูเบอร์ เเละกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการทำข่าวลุงพล ล่าสุดมีคนติดต่อขอซื้อในราคา 12 ล้านบาท เเต่ตนไม่คิดที่จะขาย เพราะถือเป็นที่ดินมรดกตกทอดของปู่ย่าตายาย

นายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา บอกว่า เหตุผลที่ลุงพลไม่ให้สื่อทีวี ซึ่งเป็นสื่อหลักสัมภาษณ์ ให้แต่ยูทูเบอร์สัมภาษณ์เป็นเพราะว่า ลุงคงกลัวอะไรบางอย่าง หากให้สื่อทีวีสัมภาษณ์ ก็จะถูกนำเสนอทั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านที่สังคมอยากรู้ และด้านที่สังคมสงสัย

แต่ถ้าให้ยูทูเบอร์สัมภาษณ์ ก็จะนำเสนอแต่ด้านที่ลุงพล อยากให้สังคมรู้เท่านั้น เรียกง่าย ๆ ว่า กลัวสื่อนำเสนอทั้ง 2 ด้าน จากภาพที่เกิดขึ้นวันนี้ มันเกิดจากที่ลุงพลเกิดความกลัวบางสิ่งบางอย่างที่แสดงออกไป หากสื่อหลักเห็นภาพก็จะเอาไปนำเสนอ แต่ถ้าเป็นลุงพลสั่งลบได้ เรียกง่าย ๆว่า เขาไม่สามารถคุมสื่อใหญ่ได้ แต่เขาสามารถคุมยูทูเบอร์ได้ ความจริงแล้วยูทูเบอร์ ไม่มีอิทธิพล

แต่ลุงพลต่างหากที่มีอิทธิพล เพราะลุงบอกยูทูเบอร์ได้ว่า อะไรเอาออกได้ อะไรห้ามเอาออก แต่ห้ามสำนักข่าวไม่ได้ สำนักข่าวต้องนำเสนอรอบด้าน ไม่ได้นำเสนอด้านเดียว

จากที่ตนได้ลงพื้นที่ เท่าที่ได้สัมผัสลุงพลให้ความเชื่อใจกับยูทูเบอร์มาก ขนาดตนเข้าไปหาตอนที่ยังไม่มียูทูเบอร์ เขาคือลุงพลคนเดิม วันนี้มียูทูเบอร์แล้ว ลุงพลก็เป็นอย่างที่เห็น เพราะลุงคิดว่ายูทูเบอร์ สามารถปกป้องตัวเขาได้ ตนไม่เคยคิดเลยว่าลุงพลจะเป็นแบบนี้

เมื่อก่อนสื่อช่องไหนจะมาสัมภาษณ์ ลุงพลเป็นคนเดียวที่พร้อมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังในคดีน้องชมพู่ แก้ข้อสงสัยทั้งหมด ใครจะพาไปไหนลุงไปหมด แต่วันนี้เข้าหาตัวลุงพลยากมาก ยูทูเบอร์ทุกคนกีดกันหมด อย่ามาบอกว่าไม่เปลี่ยน แค่การให้สัมภาษณ์กับนักข่าว

ลุงพลก็เปลี่ยนไปแล้ว อยากฝากบอกลุงพลว่า ตอนลุงพลเป็นข่าวแรก ๆ ในวันที่ลุงพลยังไม่มีชื่อเสียง มีสื่อช่องหลักที่ติดตามทำข่าวลุงให้ ไม่มียูทูเบอร์คนไหนมาแม้แต่คนเดียว วันนั้นนักข่าวเกือบทุกสำนักติดตามชีวิตลุง สงสัยอะไรนักข่าว พาลุงไปจำลองเหตุการณ์ให้คลายข้อสงสัย ลุงพลคนน่ารักคนนั้นหายไปไหน ถ้าลุงไม่ผิดจะกลัวอะไร ลุงพลคนเดิมหายไปไหนแล้ว หรือว่าวันนี้ไม่ใช่ลุงคนเดิมแล้ว วันนั้นที่เริ่มเป็นข่าว มีแต่นักข่าวนะลุง ยังไม่มียูทูเบอร์สายเลี ยนะลุง ลุงจะซวยเพราะ ยูทูเบอร์นั่นแหละ

ทั้งนี้ยูทูเบอร์รายหนึ่ง ซึ่งมาเกาะติดชีวิตของลุงพล ได้ลงคลิปว่ารถยนต์ของตัวเองเป็นรอย โดยกล่าวพาดพิงว่าเป็นฝีมือของสื่อมวลชนที่ไปทำข่าวลุงพล โดยยูทูเบอร์รายนี้ ระบุว่า ได้ติดตามลุงพลขึ้นไปดูการเทพื้นศาลาสำนักสงฆ์ภูหลวง เเละเป็นผู้ขวางสื่อไม่ให้สัมภาษณ์ลุงพล เเต่เมื่อกลับลงมาข้างล่าง พบว่ารถเก๋งของตัวเองเป็นรอยยาว

คาดว่าโดนขีด ซึ่งยูทูเบอร์รายนี้เชื่อว่าเป็นฝีมือของสื่อมวลชน เพราะไม่เคยมีศัต รูที่ไหน เพิ่งมีความขัดเเย้งกับสื่อมวลชนในวันนี้ โดยบางช่วงบางตอนมีการพูดว่า นี่หรือจรรย าบรรณสื่อ ผู้ชายอกสามศอก พอไม่ได้ข่าวก็มาทำเเบบนี้ หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยเเพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาเเสดงความคิดเห็นในช่องยูทูบดังกล่าว โจมต ีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม หลังจากสื่อหลักทั้งหมดที่ไปขอสัมภาษณ์ลุงพลแล้วไม่ได้ ก็ไปทานข้าวร่วมกันที่หมู่บ้านกกตูม จากนั้นก็เเยกย้ายกันกลับ ไม่มีใครเเวะไปจุดที่ยูทูเบอร์คนดังกล่าวจอดรถเลย เเละสื่อทุกคนก็ไม่มีใครทราบด้วยว่า รถของยูทูเบอร์รายนี้คันไหน จอดอยู่ที่ไหน ไม่มีใครทราบ

คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์

ใกล้ออกหมายจับ เปิดผลจับเท็จลุงพล ป้าแต๋น พบหลักฐานยันตัวบุคคล

วันที่ 15 มกราคม 64 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของ “คดีของน้องชมพู่” หลังจากตำรวจได้เชิญพ่อแม่น้องชมพู่และครอบครัว รวมทั้งลุงพล-ป้าแต๋น คนใกล้ชิดน้องชมพู่ มาเข้าเครื่องจับเท็จ ซึ่งถือเป็นหลักฐานทางวิทยาศาตร์อีกส่วนหนึ่งในคดีนี้

โดยล่าสุดพบว่า การประมวลผลเข้าเครื่องจับเท็จ ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องจะลงนามและส่งมอบเอกสารประมวลผลเข้าเครื่องจับเท็จ ส่งมอบให้กับคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ นำไปประกอบกับหลักฐานทางวิทยาสตร์อื่นๆที่ตรวจพบ และมอบให้กับที่ประชุมคดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบตร.เป็นประธาน

จากนั้น จะมีการพิจารณาว่าหลักฐๅนที่มีเพียงพอที่จะออกหมายจับบุคคลที่ก่อเหตุได้หรือไม่ โดยมีรายงานว่าหลักฐานที่มีนั้น เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันตัวบุคคล และพบว่าหลักฐานชิ้นนี้ ไปอยู่ในเกิดเหตุ

โดยบุคคลนั้นจะต้องชี้แจงให้ได้ว่า ไปอยู่จุดเกิดเหตุได้อย่างไร ซึ่งต้องรอลุ้นว่าหลักฐานต่างๆที่ตำรวจทำงานมากว่า 8เดือน จะสามารถมัดตัวคนร้ายและจะสามารถปิดคดีได้ภายในสิ้นเดือนนี้หรือไม่

ที่มา ข่าวสด

ลงได้แล้ว กู้ได้สูงสุด 50000

หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีคำสั่งให้กระทรวงการคลังและสถาบันการเงินออกมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก CV19 ระลอกใหม่ ธนาคารออมสิน ได้ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก CV19 สำหรับประชาชนทั่วไป SME สินเชื้อดอกเบี้ยต่ำ และ เพื่อการท่องเที่ยว รวมทั้งสิ้น 5 มาตรการ

โดยผู้กู้ต้องคุณสมบัติดังนี้ เป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน มีที่อยู่อาศัยแน่นอนสามารถติดต่อได้ ไม่ต้องใช้หลักประกัน ได้รับผลกระทบจาก CV19 โดยทั้ง 2 โครงการได้ขยายเวลารับคำขอสินเชื่อออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.64 ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ของธนาคารออมสิน และเว็บไซต์ www.gsb.or.th ในวันนี้ (15 ม.ค. 64) เป็นต้นไป 5 มาตรการเยียวยา มีดังนี้

5 มาตรการเยียวยา มีดังนี้

1.สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย วงเงิน 20,000 ล้านบาท คงเหลือ 2,700 ล้านบาท สำหรับผู้มีอาชีพอิสระ วงเงินสูงสุด 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.10 เปอร์เซ็น ต่อเดือน (Flat Rate) ผ่อนชำระสูงสุด 2 ปี ปลอดชำระเงินงวด 6 งวดแรกไม่มีหลักประกัน

2.สินเชื่อเสริมพลังฐานราก วงเงิน 10,000 ล้านบาท สำหรับพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้มีรายได้ประจำ วงเงินสูงสุด 50,000 บาท ไม่มีบุคคลค้ำประกัน ดอกเบี้ย 0.35 เปอร์เซ็น ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี

3.SMEs มีที่มีเงิน ขยายวงเงินเพิ่ม 5,000 ล้านบาท รวมวงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท กู้สูงสุด 70 ของราคาประเมิน สูงสุดไม่เกิน 3 ปี ดอกเบี้ย 5.99เปอร์เซ็น ต่อปี

4.โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเหลือ SMEs ภาคท่องเที่ยว วงเงิน 5,000 ล้านบาท คงเหลือ 4,200 ล้านบาท วงเงินสูงสุด 500,000 บาท ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน กลุ่มท่องเที่ยว นวดสปาแผนไทย, Supply Chain และ Homestay ดอกเบี้ย 3.99 เปอร์เซ็น

5.Soft Loan ฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย วงเงิน 10,000 ล้านบาท คงเหลือ 7,800 ล้านบาท สถาบันการเงินปล่อยให้กับผู้ประกอบการวงเงินสูงสุด 100 ล้านบาท ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และ Supply Chain ดอกเบี้ย 2 เปอร์เซ็น ต่อปี

ขอบคุณ เดลินิวส์

ผิดหวังกันทั้งประเทศ เสนอแล้ว คนที่จะได้3,500 นาน 2 เดือน รีบเช็กด่วน

กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดของโครงการ เราชนะ เพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 19 มกราคมนี้ ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (12 ม.ค.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า

จะเปิดให้ลงทะเบียนเร็วที่สุดภายในสิ้นเดือนมกราคม และผู้ผ่านการตรวจสอบสิทธิจะได้เงินอย่างช้าสุดน่าจะไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า คนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง โชเฟอร์แท็กซี่ มัคคุเทศก์ คนขายลอตเตอรี่ และเกษตรกร ได้เงินคนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน

ล่าสุด มีรายงานว่าโครงการนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะจ่ายจากฐานอาชีพ หรือ พื้นที่ โดยแนวคิดที่มีการพูดคุยกันคือ การประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด ใน 28 จังหวัดนี้ ถือว่าครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมได้รับผลกระทบ จึงยังมีการดีเบตกันอยู่ ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่จัดเตรียมงบประมาณไว้ 200,000 ล้านบาท

เบื้องต้น เงินที่ให้นี้อาจเป็นรูปแบบการให้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน แล้วไปทยอยใช้ตามร้านค้าตามจุดต่างๆ เหมือนกับโครงการคนละครึ่ง โดยไม่ต้องจับเงินสด โดยหากอนุมัติเพียงแค่ 28 จังหวัดอาจทำให้ผิดหวังกันทั้งประเทศนั่นเอง

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

เปิด 8 คำตอบจบทุกคำถาม มาตรการเราชนะ รัฐฯแจกเงินเยียวยาให้คนละ 7,000

กระแสตอบรับดีมากจริงๆ สำหรับ มาตรการเราชนะ ที่รัฐบาลได้ผุุดโครงการขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา ที่แจกจ่ายให้กับประชาชนคนละ 7,000 บาท แบ่งจ่าย 2 เดือน ซึ่งเงินเยียวยา นี้ ทางกระทรวงการคลังได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดอย่างต่อเนื่องเพื่อความความสงสัยให้กับประชาชน ทั้งสิทธิ์ของผู้ที่จะได้รับ วิธีการลงทะเบียน รวมไปถึง 3 กลุ่มก้อนแรกที่จะได้ลงทะเบียนก่อน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เผยข้อมูลใหม่เพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการแจกเงินเยียวยาในโครงการ เราชนะ ซึ่งทำความเข้าใจได้ง่ายๆ ตามนี้

– สำหรับประชาชนที่จะได้รับความช่วยเหลือเงินเยียวยา ในโครงการ “เราชนะ” รอบนี้มีประมาณราว 30 – 35 ล้านคน

– ส่วนประชาชนทั่วไปที่เดือดร้อนจะได้รับสิทธิ์เช่นเดียวกัน ซึ่งจะไม่แยกตามจังหวัดว่า จังหวัดนั้นๆ พบ สูงหรือต่ำ

– ด้านการลงทะเบียนในโครงการ เราชนะ นั้น อาจจะใช้แพลทฟอร์มที่มีอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้สะดวกยิ่งขึ้น

– สำหรับวิธีการลงทะเบียนนั้น คลังเผยว่า อาจใช้บัตรประชาชนใบเดียว ซึ่งจะทำให้ประชาชนเตรียมตัวง่ายขึ้นและไม่ยุ่งยาก

– นอกจากนี้ คนที่เคยได้สิทธิ์ “คนละครึ่ง” ก็จะถูกนำรายชื่อมาคัดกรองเช่นกันเพื่อให้มีสิทธิ์รับเงินเยียวยาในครั้งนี้

– สำหรับช่องทางการรับเงินเยียวยาในโครงการ “เราชนะ” ทุกคนจะได้รับผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง”

– การจะเบิกเงินเยียวยาออกมาเป็นเงินสด ต้องรอผลการประชุม ครม. 19 ม.ค. นี้

– ส่วนคนที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเติมเงินเข้าไปให้ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมมาว่า ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า มาตรการแจกเงินเยียวยาในโครงการ “เราชนะ” ปลัดกระทรวงการคลัง แจ้งว่าอังคารหน้า 19 ม.ค. 2564 จะเสนอรายละเอียดการจ่ายเงินเยียวยารายละ 3,500 บาท ให้ 2 เดือน ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียน ซึ่งจะมีบางกลุ่มอาจไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ผ่าน www.เราชนะ.com คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินได้ภายสัปดาห์แรกของเดือน ก.พ.2564

แอปกระเป๋าตัง

วิธีโอนเงินเราชนะ 3500 ออกจากแอปเป๋าตัง

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซเชียลต่างติดตามและต้องบอกว่า ชั่วโมงนี้ ต้องติ ดตามและห้ามพล าดประเด็นนี้กันเลยจริงๆ ซึ่งช่วงนี้เรียกได้ว่าได้รับผลกระทบกันทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าตรงนี้ ถือว่ าเป็นโครงการ ที่เรียกได้ว่า ซับน้ำตา คนไทยได้ห ลายคนเบลย ก็ว่าได้ โดยตรงนี้ การสมัครโครงการเราชนะ มีไม่มาก

ซึงการโอนเงินก็ง่าย ดังต่อไปนี้ ขั้นตอน / วิธีโอนเงินเราชนะ ออกจากแอปเป๋าตัง สำหรับใครที่ได้รับสิทธิเราชนะรับเงินเยียวย า 3,500 บาท x 2 เดือน รวมแล้วจะได้รับเงินเยียวยา 7,000 บาท กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรับเงินเข้า e-Money ในบัตร (วิธีกดเงินเราชนะ) กลุ่มคนละครึ่งรับเงินเข้า g-Wallet ในแอปเป๋าตัง ขอสาธิตวิธีการโอนเงินออกจา กแอพเป๋าตังไปยังบัญชีพร้อมเพย์เบอร์โทรศัทพ์นะ ครับ

วิธีการโ อน เงินเราชนะออกจากเป๋าตัง

  1. เข้าแอพ เป๋า ตัง
  2. กดเข้า เมนู G-Wallet
  3. เลือก โอนเงิน จากเมนูด้านล่าง
  4. เลือกบัญชีธนาคาร หรือ พร้อมเพย์ปลายทางที่จะโอนเงินออก
  5. ป้อนจำน วนเงินที่ต้องการโอนออกจากเป๋าตัง
  6. ตรวจ สอ บข้อมูลพร้อมกด “ยืนยันการโอนเงิน
  7. ป้อนรหัส PIN 6 หลัก
  8. โอนเงินเรียบร้อย ท่านสามารถ โอนเงินเยียวยาเราชนะท ออกเป๋าตังได้ต ลอด 24 ชั่วโมงโดยสามารถโอ นไปยังบัญชีทุ กธนาคาร โอนไปพร้อมเพย์เบอร์โทรศัทพ์มือ ถือ หรือ พร้อมเพ ย์เลขบัตรประชาชาชนได้

ขั้นตอนที่ เข้าหน้าหลักแอพเป๋าตัง เป็นวิธีโอนเงินเ ราชนะโด ยโอนไปยังพร้อมเพย์ หากท่านจะ โอนไปยังธนาคารอื่นๆ ก็สามารถทำได้ครับ

1.กดเข้าแอพเป๋าตัง

2.ใส่รหัสผ่าน สแ กนนิ้วมือ สแก น หน้า

3.เข้าสู่หน้าแอพเป๋าตัง

4.กดเลือกเมนู G-Wa llet เมนูด้านบนสุดซ้ายมือ

ขั้นตอนที่ 2 เข้าหน้า G-Wallet เพื่อโอนเงินออก

1.เข้าหน้า G-Wallet

2.ตรวจสอบยอดเเงินที่ต้อง การโอนอ อก เช่น ตอนนี้มี 9 บาท จะโอนเงิน ออกทั้ง 9 บาทเลย เป็ น ต้น

ขั้นตอนที่ 3 เลือกโอนเงินในเมนู G-Wallet ให้เลื่อนลงด้านล่างของหน้าจอ G-Wallet กดเลือก โอนเงิน

ขั้นตอนที่ 4 เลือกธนาคารที่จะโอนเงินออกจากแอพเป๋าตังไปให้ สามารถโ อนเงินออกจากแอพ เป๋าตังไปไ ด้ทุกธนาคาร และโอ นไปบัญชีรับเงินพร้อมเพ ย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ใน ตัวอย่าง คือ โอนเงินออกจากเป๋าตั งไปยังบัญชีพ ร้อมเพย์เลขโทรศัพท์ ป้ อนเลขเบอร์โ ทรศัพ ท์ในช่อง พร้ อมเ พย์ เมื่อป้อ นเลขเบอ ร์โทรศัพท์ 10 หลักแล้ว กด เสร็จสิ้นโปรด รอสักครู่

ขั้นตอนที่ 5 ป้อนจำนวนเงิน ในหน้า ระบุจำนวนเงินให้ท่านป้อนจำน วนเงิน ที่อยู่ใน G-Walletที่ท่านจะโ อนออกเช่น ยอด เงิน G-Wallet มี 500 บาท ท่า นก็ป้อนจำนวนเงิ นที่น้อยกว่า หรือเท่ากับ 500 บาท เป็นต้น ป้อนจำนวนเงินที่ต้องการโอนออก (ตัวอย่างขอป้อน 9 บาท กดปุ่ม ยืนยัน ท่านโอนเงินได้สู งสุดไม่เกิน 50,000 บาท/วัน สามารถตั้งว งเงินใช้จ่า ยได้ที่หน้า ตั้งค่า

ขั้นตอนที่ 6 ยืนยันข้อมูลการโอนเงิน ในหน้า 6.1 ขอให้ท่านตรวจสอบชื่ อ เลขบั ญชีพร้อมเพย์ และจำนวนเงิน ห ากทุกอย่างเรียบร้อยกด ยืนยั นการโอนเงินในหน้า 6.2 ใ ห้ท่านใส่รหัสผ่า นแอปเป๋าตัง (รหัส P IN 6 หลัก)

ขั้นตอนที่ 7 โอนเงินเยียวยาเราชนะเรียบร้อย เมื่อทำรายการทุก อย่างเรียบร้อยระบ บจะแจ้งสลิป โอนเงินเรี ยบร้อย” พร้อมระบุรายละเอียดไว้เช่น โอนไปไหน จำนวนเงิ นเท่าไร เป็นต้น ท่านสามารถตรวจสอ บยอดเงินใ นแอพเป๋าตัง และบั ญชีธนาคารที่ท่านโ อนยอดเงินนี้ไปได้นะครับ

ขั้นตอนที่ 7 โอนเงินเยียวยาเราชนะเรียบร้อย เมื่อทำรายการทุก อย่างเรียบร้อยระบ บจะแจ้งสลิป “โอนเงินเรี ยบร้อย” พร้อมระบุรายละเอียดไว้เช่น โอนไปไหน จำนวนเงิ นเท่าไร เป็นต้น ท่านสามารถตรวจสอ บยอดเงินใ นแอพเป๋าตัง และบั ญชีธนาคารที่ท่านโ อนยอดเงินนี้ไปได้นะครับ

ขอบคุณ verifound

ราชกิจจาฯประกาศ คำพิพากษา จำคุก ‘ทักษิณ ชินวัตร’ 5ปี

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.64 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่าง อัยการสูงสุด (โจทก์) และ นายทักษิณ ชินวัตร (จำเลย) เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม หรือ คดีหุ้นชินคอร์ป

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีกระทําการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยยังคงถือไว้ซึ่งหุ้นบริษัท ชินคอร์ป จำนวน 1,419,490,150 หุ้น หรือประมาณ 48.75 เปอร์เซ็นต์ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท

โดยจําเลยอําพรางการถือหุ้นจํานวนดังกล่าวไว้ด้วยการให้บริษัท แอมเพิลริช บริษัทวินมาร์ค จํากัด นายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นแทน

ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาเมื่อวันที่ 30 ก.ค.2563 ว่า จำเลยมีความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100 วรรคหนึ่ง (2) และมาตรา 122 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เดิม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

โดยองค์คณะพิพากษา มีมติว่า จําเลยมีความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100 วรรคหนึ่ง (2) และมาตรา122 วรรคหนึ่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา152 (เดิม) การกระทําของจําเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91

ดังนั้น องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมากให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐจําคุก 2 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สําหรับตนเอง หรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้นจําคุก 3 ปี รวมเป็นจําคุก 5 ปี

ให้นับโทษจําคุกจําเลยต่อจากโทษจําคุกของจําเลยในคดีหมายเลขแดงที่อม. 4/2551 และต่อจากโทษจําคุกของจําเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่อม. 10/2552 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง

ประกาศฉบับเต็ม

สุดฉาว!! ตำรวจข่มขืนผู้ต้องขังคาโรงพัก

วันที่ 14 ม.ค.64 ในโลกออนไลน์กำลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก หลังมีรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 13 ม.ค.64 ที่ผ่านมา ที่ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ด.ต.วัชรินทร์ สินสโมสร ผบ.หมู่งานสืบสวน ปฏิบัติหน้าที่สิบเวรประจำ สภ.บ่อผุด มีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องหา ได้นำตัว น.ส.เม(นามสมมุติ) อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องขังต่างด้าวรอผลักดัน ซึ่งถูกควบคุมอยู่ที่ห้องควบคุม สภ.บ่อผุด ออกจากห้องควบคุมแล้วพาไปที่ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายจราจร ก่อนจะบังคับข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ หลังจากนั้น ด.ต.วัชรินทร์ ได้นำตัว น.ส.เม ไปควบคุมไว้ตามเดิมนั้น

หลังเกิดเหตุ น.ส.เมผู้เสียหาย ได้นำเรื่องนี้มาเล่ากับญาติที่มาเยี่ยมและปรึกษากัน ก่อนจะนำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งต่อ พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก. สภ.บ่อผุด เพื่อเอาผิดและให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวอย่างถึงที่สุด ซึ่งทาง พ.ต.ต.แดนชัย บุญธรรม สารวัตร(สอบสวน) ได้แจ้งดำเนินคดีกับ ด.ต.วัชรินทร์ สินสโมสร ในข้อกล่าวหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และข้อหาอื่นๆ

ล่าสุดทางด้าน พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้น ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งภายหลังพนักงานสอบสวน ซึ่งมี พ.ต.อ. ยุทธนา เป็นผู้รับเรื่องร้องทุกข์ด้วยตนเอง ได้รวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงสอบปากคำผู้เสียหาย เชื่อว่าน่าจะมีมูลความจริง จึงได้แจ้งข้อหา ด.ต.วัชรินทร์ และขณะนี้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย พร้อมนำตัวผู้เสียหาย ส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเกาะสมุย

ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินการทางวินัยนั้น พล.ต.ต.ตรีสาธิต กล่าวว่า ได้มีคำสั่งให้ ด.ต.วัชรินทร์ สินสโมสร ผบ.หมู่งานสืบสวน ทำหน้าที่สิบเวร สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย ออกจากราชการไว้ก่อน และได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันอีกด้วย

อัจฉริยะ พูดแล้ว คนไม่เคยขึ้นเขา

จากคดีของน้องชมพู่ ก็ได้มีการพูดคุยกันไม่ให้สื่อเข้าไป สำหรับคุณ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ กับแม่น้องชมและคุณพ่อน้องชมพู่ เรียกได้ว่าสื่อใหญ่ทุกสำนักต่างก็รอเกาะติดสถานการณ์ดังกล่าวเนื่องจากว่ามีความหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจั บคนร้ายได้ในอีกไม่กี่วันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณอัจฉริยะได้มีการให้กำลังใจพ่อแม่น้องชมพู่ว่าให้สบายใจได้ พร้อมกับบอกว่าอีกไม่นาน จะจั บได้ และยืนยันไม่ครอบครัวน้องชมพู่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องน้องชมพู่แน่นอน

ล่าสุดคุณอัจฉริยะได้มีการไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนเพจ ระบุถึงตัวคนร้า ย คร่าวๆดังนี้ อยากให้ฟังชัดๆกันในคลิปครับแล้ววิเคราะห์กันว่าเป็นใคร

อย่างไรก็ตามเนื้อหาในคลิปโปรดใช้วิจารณญานในการรับชมรับฟัง คดีนี้ยังคงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะออกมาคลี่คลายได้ในไม่ช้า อายุความ 20 ปีปล่อยให้คนร้ายนอนเครียดต่อไป

กดชมคลิปเต็ม

ขอบคุณ คลิปจาก ชมรม และอีสานไม่สิ้นคนดี