เปิดคำทำนาย “โหรวสุ” ดวงเมืองช่วง 3เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปี

0
23
เปิดคำทำนาย

เปิดคำทำนาย “โหรวสุ” ดวงเมืองประเทศช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปี ปัญหาเศรษฐกิจ-การเมืองหนักสุด เปิดคำทำนาย โหรวสุ ดวงเมืองประเทศปี 64 ปัญหาเศรษฐกิจ-การเมืองหนัก การเมือง เป็นช่วงที่ดาวพฤหัสโคจรช้าอยู่ในราศีมังกรร่วมกับดาวเสาร์ การเมืองจึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรในช่วงนี้ รวมถึงยังไม่มีการออกนโยบาย หรือกฎหมายอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

โหรวสุ

การเมือง : จะเป็นช่วงที่การเมืองวุ่นวาย สภาอยู่ในภาวะที่ล้มเหลว ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากความแตกแยกทั้งจากพรรครัฐบาล และฝ่ายค้าน มีการล้มการแก้ไขรธน. ที่เสนอมาตั้งแต่ปี 2563 ส่งผลทำให้การเมืองถอยหลัง กลับไปในช่วงปลายปี 2563 และต้องเริ่มต้นกลับมานับหนึ่งใหม่

ส่งผลทำให้เกิดม็อบสารพัดรูปแบบออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลอีกครั้ง แต่การเมืองจะติดล๊อคไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เนื่องจากศาล และองค์อิสระไม่วางตัวเป็นกลาง จนถึงผู้มีอำนาจไม่ยอมถอย อาจจะส่งผลทำให้ช่วงเดือน ต.ค. – พ.ย. มีความเสี่ยงที่จะเกิดรัฐประหารล้มยึดอำนาจ ล้มล้างรัฐสภาโดยใช้ข้ออ้างความแตกแยกของรัฐบาล และประชาชนมาเป็นข้ออ้าง ซึ่งอาจจะทำให้การเมืองไทยถอยหลังกลับไปอยู่ในยุคเผด็จการสฤษดิ์อีกครั้ง

เศรษฐกิจ – สังคม : ปัญหาด้านเสถียรภาพของรัฐบาล จะทำให้นักลงทุน และนักธุรกิจขาดความเชื่อมั่น ตลอดจนเรื่องรัฐสภาไม่ทำงานในการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายให้กับประชาชน และการล้มการแก้รธน. จะส่งผลทำให้เศรษฐกิจช่วงปลายปีหยุดชะงัก ไม่มีใครกล้าลงทุน ไม่มีใครกล้าใช้เงิน จนกว่าจะมีรัฐบาลที่น่าเชื่อ และมีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ชัดเจน ซึ่งแม้ว่าช่วงปลายปี ปัญหาวิกฤตโควิด 19 อาจจะคลี่คลายไปแล้ว แต่ปัญหาการเมืองอาจจะทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ไม่ต่างจากช่วงที่เกิดวิกฤตโควิดมากนัก

อีกทั้งอาจจะทำให้ธุรกิจค้าปลีก และท่องเที่ยวบางส่วนที่เอาตัวรอดมาได้จากวิกฤตโควิด อาจจะต้องล้มเลิกกิจการ หรือเจอปัญหาด้านเงินทุนอีกครั้ง รวมไปถึงอาจจะมีสถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐวิสหากิจ ที่เจอปัญหาขาดทุน หนี้เสีย และค่าเงินบาท ทำให้ต้องมีการแปรรูปใหม่ หรือโดนรัฐบาลขายทิ้งไปเพื่อตัดปัญญหา

ในช่วงปลายปี 64 ปัญหาอาชญากรรมจะพุ่งสูงมากกว่าช่วงกลางปี และธุรกิจสีเทาเช่นปล่อยเงินกู้นอกระบบ หวยใต้ดิน บ่อนการพนัน และการค้ายาเสพติดจะกลายเป็นธุรกิจทำเงินมากกว่าธุรกิจถูกกฎหมาย จนมีกลุ่มนักการเมือง และข้าราชการเข้าไปร่วมกับธุรกิจประเภทนี้อย่างออกหน้าออกตา และไม่มีกฎหมายไปทำอะไรได้ รวมถึงตำรวจ ทหารล้วนใส่เกียร์ว่าง เพราะอาจจะมีบางคนเข้าไปพัวพัน ส่งผลทำให้สังคมประเทศไทยในช่วงปลายปี 2564 ค่อนข้างจะเป็นแดนสนธยา

คนที่ทำธุรกิจถูกกฎหมายอาจจะไม่รุ่ง แถมต้องอยู่เงียบๆ แต่คนทำธุรกิจผิดกฎหมายกลายเป็นคนมีอำนาจบารมี ตำรวจ ทหาร นักการเมืองเกรงใจ และอาจจะได้เข้าไปมีตำแหน่งทางการเมือง หากเกิดรัฐประหารขึ้นมา ซึ่งยิ่งจะทำให้ปัญหาสังคมไทยมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจนอาจจะเข้าใกล้สู่ความเป็น Fail State

ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะสามารถหลีกเลี่ยงได้ ถ้าศาล และผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองนี้รู้จักยอมรับว่าตัวเองทำผิด และยืนข้างความถูกต้องมากกว่าจะพยายามดันทุรังให้พวกตัวเองถูกไม่เคยทำผิด จนถึงกับต้องยอมตัดสินแบบบิดเบือนกฎหมายสูงสุดของประเทศให้คนพวกนี้ได้มีอำนาจอยู่ในตำแหน่งต่อในขณะที่ เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศเสื่อมไปเรื่อยๆ