แม่ค้าทุเรียนโอนผิดเกือบ 5 แสน ตามไปขอคืนดีๆ กลับโดนปฏิเสธ

0
66
แม่ค้าทุเรียนโอนผิดเกือบ 5 แสน ตามไปขอคืนดีๆ กลับโดนปฏิเสธ

จากกรณีเรื่องราวของคุณสุนิสา แม่ค้าทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรี โอนเงินให้สวนทุเรียนทั้งหมด 6 ครั้ง รวมยอดทั้งหมด 492,700 บาท แต่ไม่รู้ตัวว่าเลขบัญชีที่โอนไปนั้นผิด เพราะหลังจากกดโอนครั้งแรกแล้วก็กดบันทึกเลขบัญชีไว้ แล้วกดโอนครั้งที่ 2-6 จากรายการที่บันทึก มารู้ตัวอีกทีเมื่อเจ้าของสวนทุเรียนทวงถามมาว่าทำไมถึงไม่โอนเงินค่าทุเรียนให้

คุณสุนิสาจึงดำเนินการแจ้งอายัดบัญชี และได้ติดตามหาตัวนางอรพิน เจ้าของบัญชีที่โอนผิดไป จนมาพบว่าเป็นชาวบ้าน อายุ 61 ปี อยู่ที่ บ้านหนองผักแว่น หมู่ที่ 8 ต.กกโพธิ์ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด จึงประสานต่อนายคงศาล ลาดหนองขุ่น ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อนัดหมายเข้าพูดคุยกันในวันนี้ ซึ่งคุณสุนิสาแจ้งว่าหากทางนางอรพินโอนเงินก้อนดังกล่าวคืนให้ก็จะไม่เอาเรื่องและถอนอายัดบัญชี

โดยก่อนหน้านี้ นางอรพินเล่าว่าไม่ทราบว่ามีการโอนเงินผิดมาเข้าบัญชีของตนจริงหรือไม่เพราะตนตรวจสอบไม่เป็น ไม่มีแอปพลิเคชั่นธนาคาร ทุกวันนี้ลูกสาวที่ทำงานอยู่อีกจังหวัดคอยโอนเงินมาให้ใช้เป็นคราวๆ ไป โดยจะมีหลานสาวกับลูกสาวอีกคนที่อยู่ด้วยกันคอยเป็นธุระจัดการให้ นางอรพินยังยืนยันอีกว่าหากรู้ว่ามีการโดนเงินมาผิดบัญชี ก็ไม่มีปัญหา และพร้อมที่จะโอนเงินที่ไม่ใช่ของตนเองคืนให้กับเจ้าของเงินอย่างแน่นอน

ส่วนผู้ใหญ่บ้านได้เล่าให้ฟังก่อนที่คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายจะพบกันว่า เท่าที่สอบถามลูกสาวของนางอรพิน ก็บอกว่ามีการโอนเงินคืนกันแล้ว ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเมื่ออ้างว่าโอนคืนแล้ว ทำไมทางผู้เสียหายจึงต้องมาอีก แต่อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะคนกลาง ก็ยินดีเป็นคนนัดเจรจา เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของทุกคนตามความเป็นจริง

เมื่อคุณสุนิสามาถึงพื้นที่ อ.หนองพอก ได้นำหลักฐานการโอนเงิน หลักฐานการแจ้งความ การโอนเงินผิดบัญชี เข้าพบ รตอ.นิพนธุ์ ประเสริฐสังข์ ร้อยเวร สภ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด เพื่อทำการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และเพื่อให้ร่วมเดินทางไปเป็นสักขีพยาน

แต่เมื่อคุณสุนิสาไปถึงบ้านคู่กรณีกลับต้องผิดหวัง เพราะลูกสาวและหลานสาวของนางอรพินปฏิเสธไม่รู้เห็นว่ามีการโอนเงินก้อนดังกล่าวเข้ามาที่บัญชีของนางอรพิน และไม่ให้ความร่วมมือในการนำสมุดบัญชีไปตรวจเช็คยอดเงินเข้า-ออก รวมถึงไล่กลุ่มของผู้เสียหายและผู้ใหญ่บ้านออกจากบ้าน พร้อมขู่ว่าจะแจ้งความข้อหาบุกรุก

ผู้เสียหายจึงจำต้องเดินทางกลับออกมาด้วยความผิดหวัง ก่อนที่จะเดินทางไปพบนักงานสอบสวน สภ.หนองพอก เพื่อบันทึกปากคำเพิ่มเติม เพื่อที่จะนำไปประกอบสำนวนที่แจ้งความไว้ ที่ สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทางผู้เสียหายบอกว่าที่มาวันนี้ไม่ตั้งใจมาเอาเรื่อง แต่เมื่อพบการปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือเช่นนี้ก็รู้สึกว่าคู่กรณีมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ตัวนางอรพินที่เป็นผู้สูงอายุนั้นตนเชื่อว่าไม่ได้รู้เห็นด้วย แต่ลูกหลานที่ถือบัญชีอยู่นั้นตนไม่ทราบ หลังจากนี้ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ยอมรับว่าผิดหวังและเสียใจมาก ตนเป็นคนทำมาหากิน พยายามหาเงินมาลงทุน เงินไม่พอก็ถอดเอาทองที่มีไปจำนำเพื่อลงทุนซื้อของไปขาย แต่กลับต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้