รองนายกฯ ตอบชัดเจนแล้ว ให้เงินเยียวยารอบ 3 ไหม

0
21
รองนายกฯ ตอบชัดเจนแล้ว ให้เงินเยียวยารอบ 3 ไหม

เมื่อวันที่26 เม.ย.64 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวหลังประชุมร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เกี่ยวกับเรื่องการกระจายวัคซีนว่า

ที่ประชุมหารือเบื้องต้นก่อนจะพูดคุยกับภาคเอกชนว่าในวันที่ 28 เม.ย. เพื่อเตรียมพร้อมการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ ให้เห็นว่ารัฐบาลเตรียมการครบทุกด้าน ทั้งระบบคัดกรองผู้ป่วย การรักษาพยาบาล และการเตรียมวัคซีน ขณะนี้ประเทศไทยยังสามารถควบคุมการระบาดได้อยู่และอยู่ในระดับที่ประชาชนเชื่อมั่นได้

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการประเมินว่าใน 2 สัปดาห์นี้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ตอนนี้จำนวนผู้ติดยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า มาตรการยังออกมาไม่ครบ 2 สัปดาห์ แม้จะมียอดผู้ติดเพิ่ม แต่ยอดผู้ที่รักษาหายก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ประเด็นตอนนี้คือการดูแลผู้ติด ส่วนมาตรการทางเศรษฐกิจก็จะชัดเจนในเดือนพ.ค. และมีผลบังคับใช้ในเดือนมิ.ย.

เมื่อถามว่าจะพิจารณาแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ยังไม่ได้พิจารณา และภายในสัปดาห์นี้น่าจะทราบ เบื้องต้นกำหนดไว้ในเดือนก.ค. ส่วนที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวจาก 6 ล้านคน เหลือ 3 ล้านคนนั้น เป็นภาพรวมเนื่องจากการระบาดเกิดทั่วโลกและในแต่ละปีคนไทยก็เที่ยวจำนวนมากมูลค่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี สถานการณ์กลับสู่ปกติ คนไทยอาจจะเที่ยวได้เหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิม ถ้าคนไทยช่วยกันโดยออกมาใช้จ่าย ก็อาจจะได้จีดีพีที่ 4 เปอร์เซ็นต์ ก็จะช่วยได้ โดยขอให้คนที่มีเงินฝากเยอะๆ นำออกมาใช้จ่าย เพื่อจะได้ไม่ต้องมาขอเงินจากโครงการคนละครึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องมีการกู้เงินเข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ยัง เพราะยังอยู่ในกรอบใช้จ่าย

ส่วนมาตรการทางเศรษฐกิจอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง และ สศช.เพื่อจัดทำมาตรการที่เหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะออกมาเป็นแพ็คเกจได้ในเดือน พ.ค.2564 และมีผลเริ่มให้ประชาชนใช้ได้ในช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้ โดยชุดมาตรการจะมีทั้งมาตรการใหม่และการต่ออายุมาตรการเดิม ประกอบด้วย

1.โครงการสนับสนุนให้ประชาชนนำเงินออมออกมาใช้ ซึ่งเป็นมาตรการใหม่ที่นำมาใช้เพราะปัจจุบันประชาชนมีเงินออมกว่า 5 แสนล้านบาท และกระทรวงการคลังคิดมาตรการออกมาแล้ว โดยจะเริ่มใช้เดือน มิ.ย.นี้

2.โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3

3.โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกันเป็นมาตรการที่จะเดินหน้าต่อตามที่มีการชี้แจงไว้

นอกจากนี้ มาตรการอื่นในลักษณะการจ่ายเงินเยียวยาจะมีการพิจารณาต่ออายุ เช่น โครงการเราชนะสำหรับผู้มีอาชีพอิสระ โครงการเรารักกันสำหรับผู้ประกันตน ม.33 โดยได้หารือว่าสำหรับผู้ที่มีสิทธิ์อาจต่ออายุออกเพื่อไม่ให้ประชาชนแย่งกันลงทะเบียน

ส่วนจะเป็นรูปแบบเดิมหรือไม่ และจะให้มากแค่ไหนเรื่องนี้ให้กระทรวงการคลังดูในรายละเอียด โดยกรุงเทพธุรกิจรายงานว่าการออกมาตรการออกมาพร้อมกันทำให้คนที่จะได้มาตรการมีหลายกลุ่มจะได้ช่วยกันใช้จ่ายให้เงินหมุนเวียน

“มาตรการที่จะออกมาในรอบนี้จากวงเงินที่รัฐบาลมีอยู่ 3 แสนล้านบาท นั้นยังเพียงพอที่จะใช้ในการเยียวยาและทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ยังพอที่จะทำได้ และเหลือเงินอยู่ แต่หากเกิดการระบาดครั้งต่อๆไปซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกิิดขึ้นได้เพราะมีความไม่แน่นอนตรงนั้นรัฐบาลก็ต้องเตรียมที่จะกู้เงินแล้วเพราะเป็นความจำเป็นที่จะต้องมีเงินไว้ดูแลประชาชน แต่ ในขณะนี้ยังมีเงินเพียงพออยู่ โดยมาตรการจะได้ใช้ในเดือน มิ.ย.แต่ประชาชนจะทราบก่อนในเดือน พ.ค.นี้” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

ส่วนมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลภาคธุรกิจ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ภาคธุรกิจใช้โครงการพักทรัพย์ พักหนี้ หรือมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินได้ โดยถือเป็นมาตรการที่ออกแบบไว้เพื่อรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ที่เกิดขึ้นกับภาคเอกชนอยู่แล้ว

ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การหารือมี 2 เรื่อง ที่เตรียมจะหารือกับภาคเอกชน คือเรื่องการนำผู้ป่วยเข้ามารักษาในสถานพยาบาลประมาณ 800 คน จากที่ตกค้างกว่า1,400 คน โดยให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงาน คัดกรองกลุ่มที่เป็นผู้ประกันตน ซึ่งขณะนี้ได้จัดสถานที่ไว้ที่อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก สำหรับคัดกรอง ถ้าไม่มีอาการ จะนำเข้าโรงพยาบาลสนาม หากอาการเป็นสีเหลือง จะต้องดูสถานที่รักษาอาจจะเป็นสถานพยาบาลที่เป็นโรงแรม และอาการสีแดงให้นำเข้าโรงพยาบาล เพื่อรักษา